[09] Life Experience : ดูละครเวลทีครั้งแรก
นานแล้วที่ไม่ได้อนุญาตให้ตัวเองไปทำอะไรแบบนี้ เนื่องจากระยะหลังมี Project หนึ่งที่พยายามจะปั้นและต้องทุ่มเทเวลาและพลังชีวิตเยอะมากเลยแทบไม่ค่อยได้มีเวลาให้ตัวเองเลย จนกระทั่งวันหนึ่งเลื่อนฟีด Facebook และเจอเข้ากับ Poster ประชาสัมพันธ์ละครเวทีเรื่อง THE ADDAMS FAMILY THE MUSICAL เราในฐานะ FC จะพลาดได้อย่างไร
ตอนแรกบอกก่อนเลยว่าเราเองก็ดูมหรสพมาหลากหลายประเภท จริง ๆ จะบอกไม่เคยดูละครเวทีเลยก็จะแปลก ๆ เกินไปหน่อย เพราะจริง ๆ ไม่ว่าโขน ลิเก หรือละครใบ้ข้างถนนจริง ๆ ก็ถือเป็นละครเวทีรูปแบบหนึ่ง แต่การดูละครเวทีที่คนแสดงในโรงละครครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกจริง ๆ และเป็นประสบการณ์ใหม่ของตัวเอง ประกอบกับพอเห็นว่าเป็นเรื่อง THE ADDAMS FAMILY ก็ทำให้อยากดูมาก ๆ
อย่างที่บอกไปว่าเราเจอ Poster บนหน้า Feed Facebook แต่ตอนแรกยังไม่กล้ากดบัตรเพราะตารางงานนั้นนู้นนี่ยังไม่ค่อยแน่นอน จนกระทั่งเลื่อนมาเห็นอีกครั้งและอดรนทนไม่ได้อีกต่อไปก็เลยตัดสินใจกดจองทันที และก็ทำให้รู้ว่าไม่ทันราคา Early bird เสียแล้ว ตอนแรกก็คิดในใจว่า 800 เลยนะ จะเอาดีไหม จะไปดีไหม แต่คิดอีกทีถ้าเป็นโรงใหญ่แถวหน้าราคาเป็นพันแน่ ๆ อย่าว่างั้นงี้เลยตัดสินใจกดจองไปทันที 1 ใบ
ตอนแรกต้องยอมรับว่าบอกตัวเองไว้เลยว่า… ไปดูแบบจอย ๆ เพราะเป็นงานของน้อง ๆ นักศึกษาอย่าคิดอะไรมาก ที่บอกตัวเองไว้แบบนี้ก็เพราะว่าเรานี่รู้สึกว่าแคสนักแสดงที่มาเล่นกับภาพ ADDAMS FAMILY ของเรา มันต่างโดยสิ้นเชิง
ADDAMS FAMILY ในความทรงจำของเราต้องยกให้เวอร์ชั่นปี 1991 ที่เคยดูมาจากยุคที่ยังมีการเช่า CVD หรือ DVD มาดูที่บ้านอะนะ ส่วนถ้าเป็นเวอร์ชั่นการ์ตูนภาพจำคือการปรากฏตัวของครอบครัวนี้ในเรื่อง Scoopy doo ที่ Boomerang เคยนำมาฉาย ดังนั้นเมื่อเทียบกับเวอร์ชั่นของน้อง ๆ ก็อาจจะไม่ตรงใจเท่าไหร่นัก (หรือถ้าในปัจจุบันก็ดูผ่านช่อง MONO 29 ก็เอาให้ดูบ่อยอยู่เหมือนกันนะ)
พอมาวันนี้ได้ไปเข้าไปดูจริง ๆ คือต้องบอกเลยว่าอยากเดินไปขอโทษน้อง ๆ นักแสดงเลยที่แอบปรามาสน้อง ๆ เอาไว้ในใจ คือแอบนักแสดงจะไม่ตรงกับภาพในความทรงจำของเราเลย แต่การแสดงของน้อง ๆ มันประทับใจมาก ๆ การดำเนินเนื้อเรื่องครึ่งแรกและครึ่งหลังก็ดีงาม การแสดง การร้องเพลง ดนตรี แสงสีเสียง และฉาก โดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดีเลยทีเดียว มีจุดติดเล็ก ๆ น้อย ๆ เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟังทีหลังละกัน
ทางอาจารย์ที่สอนบอกว่าละครเวทีเรื่องนี้เป็นการซื้อลิขสิทธิ์มาแสดง ดังนั้นจึงต้องมีการเก็บค่าบัตร แต่พอมาดูวันนี้บอกเลยว่า “คุ้มจริง ๆ” ถือว่าน้อง ๆ ทำดี ทำถึง การแสดงและทุกอย่างคือ “ที่” เลย
ที่เขียนมายืดยาวเพราะกำลังหาวิธีการเขียนเนื้อเรื่องอย่างไรให้ไม่มี Spoil มากเกินควร เอ่อ… เอาเป็นว่าเนื้องเรื่องเล่าถึงต้องที่ Wednesday ลูกสาวคนตัวกำลังมีความรักกับชายหนุ่มคนหนึ่งและพ่อหนุ่มคนนั้นจะมาที่บ้านความปั่นป่วนเลยเกิดขึ้น เล่าประมาณนี้ละกัน
ครึ่งแรกดูไปเนื้อเรื่องดูง่าย เพลิน ๆ สนุกสนาน และฮาเป็นบ้า ช่วงแรกเป็นการปูให้เข้าใจวิถีชีวิตอันเป็นปกติของครอบครัว Addams และค่านิยมพื้นฐานของตัวละครอย่าง Gomez และ Morticia Addams พร้อมการมีถึงของชายหนุ่มที่ชื่อ Lucas และพ่อแม่ของเขา และมีเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอีก
ส่วนในครึ่งหลังเป็นการเล่าต่อเนื่องจากจุดพีกในครึ่งแรก แต่ละตัวละครได้เผชิญหน้ากับความท้าทาย อารมณ์และความรู้สึกครุกรุ่นต่าง ๆ ทั้งภายในตัวเอง และความสัมพันธ์รอบกาย ซีนอารมณ์ สายตา น้ำเสียง การร้องเพลงของเหล่านักแสดงถึงว่าทำได้ดีทีเดียวเชียว หลายฉากเหมือนกันนะที่เรานั่งดู ๆ ไปแล้วก็มีน้ำตาคลอออกมา (อันนี้ก็ต้องยอมรับว่าเป็นอินง่ายอะนะ และเรื่องราวมันทำให้เราต้องกลับไปสัมผัสกับประสบการณ์บางอย่างของตัวเองด้วยแหละ)
มีฉากที่ Pugsley Addams น้องชายตัวแสบของ Wednesday ที่เขากำลังรู้สึกอ้างว้างเพราะเหมือนมีบางอย่างกำลังจะหายไป ซีนนั้นดีมาก น้องนักแสดงถ่ายทอดออกมาแบบทำให้เราสัมผัสได้จริง ๆ ดูแล้วคิดถึงเพลงคนถูกทิ้งของ MUZU ทันที 55555
และฉากหลัง ๆ ที่ Gomez และ Morticia คุยกันในสวนหลังบ้าน และฉากอื่น ๆ อีกมากมายทำให้เรารู้สึกว่าการดูละครเวทีเรื่องนี้ในวันนี้คืออิ่มเอม มีความสุข และสนุกสุด ๆ เลย ขอบคุณทีมจัดงาน นักแสดง และทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เราไปอยู่ตรงนั้นในวันนี้คือมันดีงาม งดงาม และจำได้ว่าตั้งแต่เอามาจากโรงละครจนถึงตอนนี้พูดคำว่า “ดี” คำว่า “สนุก” ไม่หยุดเลยทีเดียว
เอาหละ… เพื่อไม่ให้อวยจนเกินไป มาถึงสิ่งที่เราคิดว่ามันสามารถปรับปรุงและพัฒนาต่อได้อีกอย่างเรื่องแรกคือเรื่องฉากอันนี้เราก็เขียนไปในแบบสอบถามนะ คือหลายคนที่มาดูอาจบอกว่าฉากไม่สวย แต่เราอะเห็นต่างเพราะรู้สึกว่าบ้านของ Addams มันต้องไม่เนียบและไม่สวยแบบนี้ถูกแล้ว แต่ที่ติงไปคือถ้าข้างล่างส่องไฟอ่อน ๆ ให้เห็นว่าเป็นบ้านของ Addams และข้างเป็นเงา Conductor นี่จะรู้สึกว่าเงานั้นเป็นวิญญาณในบ้าน ซึ่งมันโอเค แต่พอมันมืดเลย และมีเงามันเลยดูแย่งซีนไปหน่อย และถ้าตรงนักดนตรีเป็นฉากทับได้จะดีมาก
มาที่นักแสดงสำหรับเราคงไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะติติงอะไรน้อง ๆ ได้มากมาย คงจะเป็นการพูดจากความรู้สึกของคุณดูเสียมากกว่าคือ Morticia ตัวเล็กกว่า Gomez เวลาเต้นคู่กันบางท่ามันเลยรู้สึกว่ามันขาดไปอีกนิดอยู่ตลอด สำหรับเราพวกท่าเตะขา ถ้ายกให้สุดมันจะช่วยให้ดูสวย สง่าขึ้นได้มากกว่านี้ และการมันมีบางจังหวะที่กำลังถ่ายทอดอารมณ์อยู่ แต่ตัวละครรีบหลังเดินไปนิด อารมณ์เลยหายไปหน่อย ถ้าเดินโดยคงความรู้สึกและภาษากายไว้ได้อารมณ์จะต่อเนื่องขึ้น
สุดท้าย… อันนี้ไม่ใช่เรื่องติ แต่เป็นเรื่องอยากเห็นเพิ่มเติมละกันคือ อยากเห็น Thing มีบทบาทบ้าง มาตอนแรกแล้วหายไปเลย มีนิดหน่อย ตอนไหนก็ได้ ตอน Gomez กลุ้มโผล่มาจากหลังเก้าอี้ก็ยังดี อันนี้จากใจ FC ของ Thing อยากเห็น ๆ 55555
สุดท้ายขอบคุณละครเวทีเรื่องนี้มาก ๆ เลยฮะ ทำดี ทำถึง เยี่ยมยอด และสนุกมาก ๆ การดูละครเวทีเรื่องนี้ทำให้ต้องกลับมาถามตัวเองว่า “นี่เรายังเป็นเราอยู่จริง ๆ หรือเปล่า ?” หรือ “บริบทบางอย่างได้พัดพานำเอาความเป็นเราให้หายไปแล้ว” เป็นคำถามที่ดีที่ได้รับจากการดูละครเวทีครั้งนี้ นอกเหนือจากความสนุก ความเฮฮา และเนื้อเรื่องที่โคตรมันส์
นี่ถือเป็นประสบการณ์การดูละครเวทีครั้งแรกของเรา แม้จากเป็นละครโรงเล็กก็ตาม แต่มันเป็นอะไรที่ดีมาก ๆ สนุก ๆ ได้เห็นอะไรเยอะมาก เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งที่ได้รับมา และอยากบอกว่า “นี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกที่สุดที่ซื้อราคาเต็ม และตัดสินใจไปดูแบบแถวหน้าสุดด้วย” ขอบคุณมากจริง ๆ เป็นประสบการณ์ที่ดีมากและจะขอจดจำและบันทึกเรื่องราวนี้ไว้นะ (แม้จะเล่าได้เท่านี้ก็ตามที 55555)
เล่าจบก็ตีหนึ่งละ จริง ๆ เรื่องนี้แสดงถึง 22/02/2025 นะ บัตรน่าจะยังมีอยู่ใครอยากแนะนำเลย ซื้อบัตรและไปดูซะ เพราะสนุกจริง ๆ 55555
บทความนี้เดิมเราเคยเขียนเอาไว้ใน Medium เมื่อวันที่ 21 Feb 2025 และนำมาเขียนอีกครั้งใน Tumblr โดยมีการเพิ่มเติมบางประโยคอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ และมีการแก้ไขคำที่สะกดผิดด้วย
และที่นำมาเขียนไว้ในนี้ก็เพราะเราตั้งใจว่าปลายปีอาจจะมีการเคลียร์บล็อกส่วนตัวเลยพยายามหาที่จัดเก็บบทความที่เป็น Life Experience เอาไว้หน่อย และ Tumblr ดูเป็นพื้นที่กลาง ๆ ของเราที่ไม่ต้องมีสาระอะไรมากมายก็ได้อะนะเลยเอามารวมไว้ในนี้ดีกว่า 55555