เป็นช่วงเวลาที่หนักจังเลย 555555555555
ก็คือเป็นปีที่ทั้งเรียน แข่ง กิจกรรม แถมยังหนังสือสอบอีก จนเกือบจะระเบิดสุดวันนี้ วันที่คิดว่าจะตายไปเลยดีไหมจะได้จบ ๆ แต่ก็ขอบคุณทุกคนที่ประคับประคองไว้ จริง ๆ นะ
ปลายมกราก็เริ่มจากทำบูมม.6 เป็นงานที่จะว่าเครียดไหมก็ไม่ สนุกไหมก็ครึ่งนึงอะ คือเป็นการเลิกประชุมห้าโมงสองอาทิตย์ที่สนุกมาก วีคแรกนั่งคุยกับพี่ไอซ์ว่าจะเอางานสไตล์ไหน อยากให้มีอะไรบ้าง วีคต่อมาเมื่อได้ประธานนักเรียนแล้วก็จับพวกมันมาหาแผนนู่นนี่นั่นมาทำ ละก็ปรับ ปรับเป็นสิบแผนเลยมั้ง ละมาปิ๊งวันสุดท้ายว่าจะทำซุ้มธง ธงก็ไม่ได้รีด บ้าเอ๊ย5555555 แต่เห็นพวกพี่ ๆ ยิ้มก็ดีใจ มีความสุขมาก ๆ และน่าจะเป็นงานแรก ๆ ที่ครูปกครองมีหน้าที่เป็นที่ปรึกษาจริง ๆ ซึ่งมันคืองานต้นแบบของเรา
ต่อมาก็เป็นรับน้องสินะ อยากทำ ก็เลยมา จริง ๆ จะได้อยู่ฐานประวัติโรงเรียน แต่เพื่อนลากเข้าฐานมันก็ไป ได้เป็นประธานฐานแบบงง ๆ แบบกันครูเรียกถาม แต่ไม่มีไรเลย เล่นกันสนุกมาก คือสรรหาบทลงโทษ (เพลง) สารพัดมาตลอดวันอะ แฮปปี้ที่แบบ เป็นงานรับน้องที่ได้ทำจริง ๆ และชื่นชมสันปีนี้ที่มันจริง ชอบมาก
พอต่อมา งานยิบย่อยต่าง ๆ ของหมวดไทย ก็โดนลากตัวมาอ่านนู่น อ่านนี่ ไหว้ครูกับสถาปนาก็ทำตามหน้าที่ตัวเอง แล้วก็เข้างานใหญ่คือเกษียณ’61 เป็นเกษียณที่เยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก โจทย์คือต้องทำยังไงให้จบภายในคาบฮร ท้าทายมาก ก็โดนลากไปทำแพลนงาน (จนได้) ทำบทพิธีกร ทำกลอนในงาน น่าจะเป็นปีแรกที่ทำบทกันเองมั้ง แล้วคืออุปสรรคสำคัญตอนนั้นคือห้ามทำหัวใจโบก ก็โดนเรียกเพราะประธานไปค่าย ละก็ต้องมานั่งประชุมกันนานสองนานเพื่อได้ผลสรุปว่าทำไปนั่นแหละ แต่แอบหน่อย งานก็ผ่านไปอย่างชื่นมื่นนะ โล่งอก ส่วนงานระดับเคยคุยไว้บ้าง และจะให้หัวหน้าห้องที่หัวหน้าระดับประจำชั้นประสานให้ แต่มันไม่ทำ เออ โทรเองก็ได้โว้ยยยยยยยยยย ก็เตรียมนู่นเตรียมนี่แบบไฟลนก้นมาก ๆ และก็ผ่านไปค่อนข้างดี ครูแฮปปี้ก็ดีใจ
ต้นปี ไปแข่งเรียงความศิลปหัตถกรรมนักเรียน ทั้งภาคและชาติ คือเป็นการไปที่สนุกสนานมาก ๆ ไปกะครูก้านก็ต้องแฮปปี้อยู่ละแหละ เป็นการแข่งที่สาบานว่า แทบไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย 555555555555555 แต่การได้ที่ 3 ภาค และที่ 6 ชาติเหรียญทองแดง ก็ไม่เลวเลย สำหรับการไม่เตรียมตัว เพราะชิลล์มาก และตอนชาติก็ชนบูมม.6 ด้วยแหละ
พอเข้าม.6 ก็ไปงานยุวกวี กะนซ ซฟ ละก็น้องทรวง ก็คือดีอะ ได้ที่ 1 มาแบบงง ๆ แล้วเป็นงานแข่งที่โคตรทีมเวิร์ก ทุกคนช่วยกันจริงจังมาก คำถามก็กวนส้นมาก ๆ ด้วยอะ พออีกรอบนึงเปลี่ยนคน ผลอาจจะไม่ออกมาดีเท่าไหร่ แต่ก็สนุกอยู่ดีอะเอาจริง ๆ
งานร.6 นี่ไม่พูดไม่ได้ บอกครูว่า ไม่ต้องปรินต์ไฟล์ก็ได้ค่ะ หนูมีหนังสือกับไฟล์ pdf ก็นั่งอ่านตาแหก บนรถที่กลับจากยุวกวีก็อ่าน ละก็ได้เจอเพื่อน ถ่ายรูปทำพอร์ตในโลเคชันนั้นซึ่งมันดีอะ ดีแบบดีอะ ไม่ได้อะไรเลยก็ยังคุ้มที่ได้มาอะ และก็จะไม่ได้มาอีกแล้ว ปล. นักเรียนคุมสอบห้องนี่เกรียนมาก ลูกเอ๊ยยย
ไทยเพชรยอดมงกุฎ เคยพูดเล่น ๆ กับทุกคนไว้ว่าปีนี้ขอ 1 ใน 3 นะ ก็คือขำตัวเองที่ไม่คิดว่ามันจะเป็นจริง ตอนนั้นรู้สึกจะเข้าโรงเรียนวันเสาร์ กะเมจิซึ่งโดดทำงานกับเพื่อนมา ก็นั่งติวจนสามโมงละก็ไปเที่ยวต่อ เหมือนความชิลล์มีจริง แต่สุดท้ายคืนนั้นก็คอลกะมันเพราะอ่านไม่ทัน ก็โจทย์ค่อนข้างง่าย ๆ แต่เป็นปีที่แทบไม่ได้คุยกับใครเลย เพราะแต่ละคนเหมือนเข้าโลกตัวเอง ไม่สามารถสร้างคอนเนคชั่นได้เหมือนปีก่อน ๆ เลยทำให้ปีนี้แทบไม่ได้เพื่อนใหม่เลย 55555555 แต่ได้ที่ 3 ก็กรี๊ดแล้วอะ ฮืออออ
หน้าที่พลเมืองเพชรยอดมงกุฎ จัดปีแรก และเป็นปีสุดท้ายที่ได้แข่ง คิดว่ามันจะต้องยากป้ะวะ ก็แทบไม่ได้อ่านหรอก อ่านแต่พื้นฐานคอมมอนเซนส์ไป สุดท้ายก็ออกคอมมอนเซนส์จริง ๆ ก็ได้ชมเชย อีกสามคะแนนจะเข้าชิง เสียดายไหม ก็เสียดายนะ แต่พอนอกห้องประชุมที่รอรับรางวัลฝนตกนี่เสียดายกว่า เพราะไม่ได้เอาร่มมา จบเลยชั้นนนนน555555
ศิลปหัตถกรรม 61 เป็นงานสุดท้ายที่ไป ก็ลงพินิจวรรณคดีไป นั่งอ่านตาแหกมากค่ะ เหมือนต้องกลับไปเรียนม.4 ใหม่อะ แล้วก็ตอนเขต โคตรจะไม่มั่นใจเลย ถึงขั้นสุ่มแจกเงิน แล้วก็ได้ไปภาค พอภาค (และมันคือรอบชาติแล้ว ปรับเหลือสองรอบ) ซึ่งผ่านไปล่าสุด สนุกไหม ก็สนุกแหละ แต่ให้กัณฑ์มหาราชเต็ม ๆ กัณฑ์มาให้อ่าน เป็นบ้าไปแล้ว คือมีข้อนึงที่ให้พารากราฟบาลีมาละถามว่าแปลว่าอะไร คือ ถามจีงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ได้ที่ 3 มาก็เกินคาด เพราะทำอะไรไม่ค่อยได้เลย
หนัก สุด ยอด ไป เล่ยยยยยย
แกทแพทเลื่อนคือเรื่องนรกแตกที่สุด ไหนจะต้องตาแหกสมัครมายทีแคสยันตีสองแล้วก็โรงเรียนผิด ให้ชั้นไปอยู่ชายล้วน อาส์คเรียล55555555555555 การบ้านเยอะมาก ๆ จนคิดว่าน่าจะสอบเข้ามหาลัยปี 99 หนังสือหนังหาก็ทำแหลกแค่มีนา เมษา ตุลา พฤศจิกา สี่เดือนเอง กับแพทบาลีนี่ค่อนข้างจะสม่ำเสมอหน่อย ส่วนคะแนนพรีแอดนี่ก็ พอใจไหม ระดับนึง แต่วันจริงมันไม่ควรเป็นแบบนั้นไง ยังคิดว่าทำอะไรได้ไม่เต็มที่อยู่ และพอคิดแบบนั้นก็เครียดจนระเบิดตู้ม ก็เลยคิดว่ามันควรจะถึงเวลาที่กลับมาหาสมดุลชีวิตได้แล้ว พอกันที!
ก็เป็นปีอย่างที่บอกแหละ หนักหนา
ชงเหมือนที่เขาบอกไหม ก็ชงนะ
แต่ก็ไม่ได้ชงขนาดนั้น เพราะมันเหมือนเป็น common fate ที่ต้องเจออยู่แล้ว
ก็ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกัน ที่เข้ามา และที่จากไป
โดยเฉพาะหลาย ๆ คนที่อยู่เคียงข้างในวันที่รู้สึกไม่ดี ทั้งครอบครัว เพื่อน คุณครูหลาย ๆ คน ทุกคนคือแรงที่ทำให้เราก้าวผ่านทุกอย่างไปแบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ ในปีนี้
ขอให้ปีหน้าเป็นปีที่สดใส และมีที่เรียนสมดังใจ