Facebook doesn't own Libra

#batman#dc comics#bruce wayne#dc#tim drake#batfamily#batfam#dc fanart#dick grayson





seen from Germany
seen from Italy

seen from United Kingdom
seen from Yemen
seen from United States
seen from Türkiye

seen from Germany
seen from Italy
seen from Yemen
seen from Netherlands

seen from United States

seen from United States
seen from Singapore
seen from United States
seen from China
seen from United States
seen from United States
seen from United States
seen from Italy
seen from United States
Facebook doesn't own Libra

Anya is live and ready to show you everything. Watch her strip, dance, and perform exclusive shows just for you. Interact in real-time and make your fantasies come true.
Free to watch • No registration required • HD streaming
Did you know? Shopify affiliates with Facebook’s cryptocurrency Libra Association. Shopify stressed that helping merchants reduce fees and bringing commerce opportunities to developing nations as reasons it’s joining the Libra Association. For more detailed news visit: https://bit.ly/38v03uT #shopify #Facebook #libraassociation #cryptocurrency #ecommerce #shopifydevelopment #shopifyexperts #affiliates #techerudite https://www.instagram.com/p/B9a147DnaAo/?igshid=inixnrdounp1
The CEO of PayPal, Dan Schulman, one of the world’s largest and most established online payment processors, has revealed in an interview with the Fort
📢PayPal CEO Reveals his Bitcoin Portfolio and why it Left Libra✅
Libra เฟซบุ๊กจะเป็นกลาง โดยไม่ถูกครอบงำจริงหรือ?
วันนี้เฟซบุ๊ก(18 กรกฏาคม 2562) เผยแผนการเงิน Libra มาได้ครบ 1 เดือนเต็ม การถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องจากรัฐบาลต่างๆ ด้วยเรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร แน่นอนว่าจะต้องไม่มีใครเห็นด้วยแน่ หากจะมีสกุลเงินใหม่ที่เหนือการควบคุมเข้ามามีบทบาทใหญ่บนโลกการเงิน ซึ่งเต็มไปด้วยอำนาจจากประเทศมหาอำนาจ หากนับย้อนไปสู่ประวัติศาสตร์การเงินของโลก สหรัฐอมเริกา ดูจะเป็นประเทศเดียวที่ไม่ต้องมีเงินสำรองระหว่างประเทศ ธนาคารกลางสหรัฐสามารถผลิตธนบัตรออกมาได้เท่าที่ต้องการ ในขณะที่ประเทศอื่นๆทั่วโลกต้องผ่านกลไกของระบบทุนสำรองกลาง (Federal Reserve System)ในการวางประกันค่าเงินที่จะผลิตออกมา เนื่องจากสกุลเงินดอลลาห์สหรัฐเข้มแข็งมากพอที่จะเป็นสกุลเงินสำรองให้กับประเทศต่างๆที่ต้องการความน่าเชื่อถือทางการเงินนั่นเอง ซึ่งประเทศไทยเองก็มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดูแล ด้วยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2562 มีทุนสำรองระหว่างประเทศในรูปแบบสินทรัพย์ต่างๆ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าตามดอลลาห์สหรัฐที่ราว 6.6 ล้านล้านดอลลาห์สหรัฐ จะเห็นได้ว่าหน่วยสกุลเงินสหรัฐเป็นค่ากลางที่หลายๆประเทศส่วนใหญ่ใช้เป็นมาตรวัดมูลค่าทางการเงิน ย้อนกลับมาที่เรื่องของ Libra ที่อาจจะกลายมาเป็นสกุลเงินใหม่ของโลก ที่เฟซบุ๊กตั้งเป้าให้เป็นสกุลเงินกลาง จัดตั้งด้วยองค์กรอิสระ ภายใต้การดูแลของกลุ่มเอกชน และแม้กระทั่งสถานที่ก็ไปจัดตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศที่เป็นกลาง แต่กระนั้นอิทธิพลของโลกการเงินที่ปัจจุบันไม่ใช่เรื่องของกระเป๋าสตางค์เท่านั้น แต่คาบเกี่ยวไปในเรื่องเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็สามารถแทรกแซงเข้าไปได้อยู่ดี 17 กรกฏาคม 2562 เดวิส มาคัส ผู้บริหารเฟซบุ๊กที่ดูแลโครงการนี้ และเป็นอดีตผู้บริหาร เพย์แพล ถูกเรียกตัวเข้ารับการไต่สวนจากสภาคองเกรส สหรัฐอเมริกา และเป็นคณะกรรมาธิการควบคุมทางด้านการเงินของสภาที่มีเสียงข้างมากโดยพรรคเดโมแครตคุมเสียงอยู่ แน่นอนว่าเรื่องเดิมๆที่เกิดขึ้นกับหัวเว่ยได้ถูกนำมาใช้เป็นเรื่องมืออีกครั้งแบบสิ้นคิด ด้วยความตรึงเคร่งของการไต่สวน ส่อแววที่คณะกรรมาธิการจะออกกฏหมาย แบนเฟซบุ๊กและบริษัทเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวทางด้านการเงินของโลกอีกต่อไป ขณะที่มาคัส เอง กลับยอมสิโรราบต่อการคุกคามครั้งนี้ของสหรัฐ ด้วยการพยายามทำให้คณะกรรมาธิการพอใจ โดยระบุว่าจะยังไม่ออกเงิน Libra จนกว่าหน่วยงานที่กำกับดูแลจะคลายความกังวล และแก้ต่างว่าการเปิดเผยโครงการเพื่อเช็กกระแสตอบรับจากผู้ถือหุ้นโดยรวมเท่านั้น เรื่องนี้ น่าจะเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ลิบร้า จากเฟซบุ๊ก ไม่มีทางเป็นกลางได้ โดยปราศจากประเทศมหาอำนาจเข้ามาควบคุม เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว อาจจะส่งผลให้ความน่าเชื่อถือของสกุลเงิน Libra ถดถอยลง และท้ายที่สุดเมื่อยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐซึ่งเป็นสกุลเงินที่ Libra ใช้ในการอ้างอิงรุกขึ้นมาปัดกวาด สกุลเงินใหม่นี้ก็จะต้องยอมศิโรราบอย่างเช่นที่เกิดขึ้นเช่นนี้แน่นอน ด้านนายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เขียนความคิดเห็นลงในสำนักข่าวมติชนออนไลน์ ระบุว่า วิธีการสร้างเงิน Libra เหมือนกับการสร้างเงิน SDRs หรือสิทธิถอนเงินพิเศษ (Special Drawing Rights) ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือว่า IMF ซึ่งเป็นเงินที่ไม่มีธนบัตร เป็นแต่เพียงบัญชีระหว่างกันของธนาคารกลางของประเทศที่เป็นสมาชิกไอเอ็มเอฟ โดยจะเป็นเงินที่ใช้กันระหว่างธนาคารกลางของประเทศสมาชิกเท่านั้น นอกจากนี้ยังแสดงความเห็นถึงรายละเอียดที่อาจจะเกิดขึ้นได้จริงยากมาก นับตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มต้นต่อปริมาณเงินที่จะแจกไปในแต่ละบัญชี สกุลเงินที่รับแลกมาจะถูกนำไปเก็บไว้อย่างไร หรือแม้กระทั่งความไม่พอใจของสหรัฐากปริมาณเงินของเฟซบุ๊กจะมีมากกว่าการคลังสหรัฐ หากมีการนำเงินที่แลกเข้ามาเก็บไว้ที่เฟซบุ๊ก ซึ่งท้ายที่สุดยังต้องติดตามแนวทางการเกิดขึ้นจริงของลิบร้าต่อไป แต่กระนั้นในความคิดเห็นของนายวีรพงษ์ ได้มีการกล่าวอ้างถึงสกุลเงินบิตคอยน์ที่ระบุว่ามีความคล้ายคลึงกัน ซึ่งท้ายที่สุดเมื่อเกิดการซื้อขายเงินตราขึ้นจริงการเปรียบเทียบเงินกับสกุลอื่นๆในเวลาจริง จะสะท้อนความน่าเชื่อถือของสกลเงินใหม่ที่ชัดเจนมากขึ้น แม้ว่า ลิบร้า จะมีความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ประโยชน์คงมีไม่มาก และเฟซบุ๊กจะกลายเป็นธนาคารกลางของโลก เพราะออกเงินลิบร้าได้ โดยอาจจะมีทองคำและเงินสกุลสำคัญหนุนหลัง ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างลิบร้าและดอลลาห์จะเป็นไปโดยเสรีตามราคาตลาดระหว่างสมาชิก อีกทั้งความหวั่นกลัวกันว่าธนาคารกลางสหรัฐผู้ออกเงินดอลลาห์สหรัฐจะสูญเสียอำนาจไปบ้างก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นจริง เพราะลิบร้าจะเป็นที่ยอมรับสำหรับใช้ชำระหนี้ได้แทนดอลลาห์ก่อน ซึ่งโอกาสที่จะล้มไปก่อนก็มีมาก หรือหากจะเป็นไปได้ก็ยยังต้องใช้เวลาสร้างความเชื่อมั่นอีกมาก กว่าจะเป็นที่ยอมรับในการชำระเงินแทนสกุลเงินดอลลาห์สหรัฐ โดยระบุส่งท้ายว่า "ในชีวิตเราคงไม่ได้เห็นและไม่อยากเห็น" โดยก่อนหน้านี้ในวาระการประชุมกลุ่ม G7 นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้คาดหวังให้มีการประสานงานในระดับสากล เพื่อกำหนดมาตรการกำกับดูแลการชำระเงินด้วย ลิบร้า และครอบคลุมสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆด้วย อีกทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ฝรั่งเศส นายบรูโน เลอ แมร์ ก็ระบุว่าที่ประชุมประเทศสมาชิกกลุ่ม G7 เรียกร้องให้เร่งหามาตรการรับมือกับ "ความกังวลหลักๆ" อันเป็นผลจากการที่เฟซบุ๊กได้ประกาศเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัล ลิบร้า นี้เช่นกัน ความท้าทายของ ลิบร้า จะเกิดขึ้นจริงในปีหน้าหรือไม่ ยังเป็นความท้าทายที่ไม่เท่าเมื่อเกิดแล้วจะน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับในการใช้งานของตลาดเงินตลาดทุน ที่มีอิทธิพลของเศรษฐกิจโลกครอบงำอยู่หรือไม่ การมีบอร์ดที่มีเพียงเอกชนเข้ามาจัดการในระบบองค์กรกลางที่จัดตั้งขึ้นจะสามารถต่อกรกับกลไกเศรษฐกิจมหภาคที่ยิ่งใหญ่และส่งผลกระทบต่อทั่วโลกได้อย่างไร และเมื่อแต่ละประเทศต่างตบเท้าเข้าต่อต้านกันเป็นรายวันยิ่งเป็นสะท้อนให้เห็นความกังวลต่อการสั่นคลอนอำนาจทางการเงินของประเทศมหาอำนาจชัดเจนมากขึ้น หากจะมองว่าโอกาสของการเกิดขึ้นของสกุลเงินลิบร้านั้นเป็นไปได้ยาก ก็ไม่น่าจะเกิดการต่อต้านจากนานาประเทศกันมากมายเช่นนี้ หรือหากจะมองว่าลิบร้าเป็นเพียงบิตคอยน์รูปแบบหนึ่ง การต่อต้านก็ยิ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นเช่นกัน เพราะท้ายที่สุดแล้วกลไกราคาจะเป็นเครื่องมือยับยั้งการเติบโตแบบไม่สมจริงเหมือนที่บิตคอยน์เป็น แต่หากการตื่นตัวครั้งนี้ของประเทศมหาอำนาจทางการเงิน เพียงเพื่อการปกป้องอำนาจของตนเองไม่ให้ขาดตอนแล้วไซร้ การเกิดขึ้นของลิบร้า ก็จะเป็นเหมือนเสียงสะท้อนของผู้บริโภคที่ต้องการรวมประเทศของโลกใบนี้แบบไร้รอยต่อบนโลกของดิจิทัลได้อย่างชัดเจน แน่นอนว่าวันนี้การซื้อขายออนไลน์สามารถทำข้ามประเทศกันได้อย่างอิสระ ในขณะที่สกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขายยังมีการได้เปรียบเสียเปรียบในส่วนของสกุลเงิน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้กลุ่มประเทศยากจนไม่สามารถเติบโตได้ เนื่องจากสินค้าที่ขายได้แต่ไม่ได้ราคาที่ดีเมื่อทดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างที่เข้าใจ หากมีลิบร้าเข้ามาแทนที่ ประเทศที่สามารถคุมต้นทุนการผลิตได้ต่ำที่สุด จะสามารถขายสินค้าไปได้ทั่วโลกในราคาเดียวกันและอัตราแลกเปลี่ยนเดียวกัน ส่วนนี้เองที่เฟซบุ๊กมองว่าเป็นการกระจายรายได้ให้กลุ่มประเทศที่ยากจน ได้เข้าถึงกำลังซื้อที่มากพอในโลกออนไลน์ ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่ต้องอ้างอิงสกุลเงินในประเทศของตนเอง แต่กระนั้นคุณภาพของการผลิตก็ยังเป็นไปตามกลไกทางการตลาดที่ไม่แน่ว่าสินค้าที่ผลิตขึ้นมาอาจจะขายไม่ออกก็ได้ หากคุณภาพไม่สมกับราคา แม้ว่าความซับซ้อนของกลไกราคาจะมีรายละเอียดมากกว่านี้มากนัก ในขณะที่การโอนเงินไปมาระหว่างประเทศ จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเหมือนการส่งข้อความหากันไปมา ความกังวลของการไม่สามารถเข้าแทรกแซงได้ตรงนี้มากกว่าที่แต่ละประเทศตื่นตัว และเตรียมมาตรการรองรับ แน่นอนว่าเรื่องเช่นนี้จะส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้ทางภาษีเพื่อนำกลับไปพัฒนาประเทศนั้นๆของตนเอง การไม่สามารถเข้ารับรู้รสยได้ได้อย่างชัดเจน ทำให้เกิดการเลี่ยงภาษีและประเทศจะขาดสเถียรภาพในการพัฒนา ท้ายที่สุดก็จะส่งผลต่อความยากจนโดยรวมกับประเทศนั้นๆที่ไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ สิ่งที่แต่ละประเทศจะทำได้ในตอนนี้คือการโจมตีจุดอ่อนของเฟซบุ๊ก ซึ่งก็คือประวัติการทำข้อมูลรั่วไหลในอดีตที่ผ่านมา และเตรียมมาตรการป้องกันผลกระทบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งท้ายที่สุดเมื่อเฟซบุ๊กยังสามารถเปิดสกุลเงินใหม่ได้สำเร็จ ผู้ใช้กว่า 2 พันล้านบัญชีทั่วโลก ซึ่งเป็นที่รับรู้ว่ามีบัญชีต่อคนมากกว่า 1 บัญชี แม้ว่าทีผ่านมาจะต้องใช้การยืนยันตัวบุคคลด้วยเอกสารทางราชการก่อนหน้าก็ตาม อีกทั้งจำนวนผู้ตายที่ยังมีบัญชีให้เห็นบนไทม์ไลน์ของเฟซบุ๊กก็ยังสะท้อนตัวเลขทางบัญชีที่แท้จริงได้เป็นอย่างดี วันนี้ ลิบร้า ยังคงเป็นเรื่องที่จะต้องติดตามต่อไป ด้วยความสุดโต่งของแนวคิดที่จะเข้ามา Disruption ระบบการเงินของทั้งโลกจากเอกชนล้วนๆ ปรากฏการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องใช้เวลาและความพร้อมพอสมควร การเฝ้าระวังและเตรียมการรับมือเพื่อให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกการเงินเป็นเรื่องที่ดี แต่การตื่นตระหนกจนเกินเหตุเป็นความผิดพลาดที่สะกัดกั้นไม่ให้เกิดเทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาบนโลกใบนี้นั่นเอง ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง ลิบร้า Read the full article
ส่อง Libra ทำไมเฟซบุ๊กกระโดดเข้าคริปโต
อังคารที่ผ่านมา (18 มิ.ย. 2562) เฟซบุ๊ก ประกาศจะสร้างระบบเงินดิจิทัลที่เป็นอิสระจากการควบคุมของประเทศใด ด้วยความร่วมมือของพันธมิตรหลากหลายอุตสาหกรรม ในชื่อองค์กรว่า Libra Association โดยประกาศว่าจะออกเหรียญ Libra ภายใต้เทคโนโลยีบล็อกเชน พร้อมกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ Calibra ให้ได้ภายในปี 2020 ซึ่ง Libra ถูกวางเป็นแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส ที่จะไม่ขึ้นตรงกับ มีการกำกับดูแลโดยเฟซบุ๊กและสมาชิกผู้ร่วมลงทุนในสถานะแบบเพื่อนเท่านั้น โครงการดังกล่าว จะช่วยให้ผู้คนกว่าพันล้านคนในทุกประเทศทั่วโลก สามารถใช้จ่ายผ่านระบบได้ง่ายดายโดยที่ไม่ต้องรู้เรื่องเรื่องเทคโนโลยีบล็อกเชนอีกต่อไป เสมือนหนึ่งการส่งข้อความหากันเท่านั้น ช่วยให้ทุกคนโอนเงินไปได้ทั่วโลกในราคาที่ถูกลงมาก แรงจูงใจของการเข้าสู่ตลาดคริปโตของ เฟซบุ๊ก แม้ว่าตลาดการเงินจะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก แต่ด้วยรูปแบบการโอนเงินในปัจจุบัน ที่ยังมีต้นทุนสูงในการโอนเงินระหว่างประเทศในแต่ละครั้ง อีกทั้งยังต้องใช้ระยะเวลาในการโอน และความซับซ้อนของการเชื่อมต่อระบบที่ไม่ง่ายนักที่ใครก็ตามจะเข้าถึง ทำให้วันนี้ เฟซบุ๊ก ต้องการสร้างระบบนิเวศน์ทางด้านการเงิน ที่มีความเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนที่ไม่ใช่ของผู้ใดผู้หนึ่ง เพื่อให้นักพัฒนาที่ต้องการเข้าสู่ระบบการเงินสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มเปิดนี้ และพัฒนาบริการได้อย่างง่ายดาย สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนของแนวคิดนี้คือสถานที่ก่อตั้ง Libra Association ที่เลือกตั้งสำนักงานใหญ่ในสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อป้องกันการแทรกแซงของประเทศใดประเทศหนึ่ง ซึ่งน่าจะเกิดจากประสบการณ์ในปัจจุบันที่บริษัทเทคโนโลยีถูกแทรกแซงจากประเทศมหาอำนาจ ดังเช่นสงครามการค้า จีน-สหรัฐ ที่ทำให้โลกเทคโนโลยีปั่นป่วนในวันนี้
อีกทั้งจำนวนของผู้คนที่สามารถเข้าถึงบริการได้จากทุกที่ทั่วโลก เพียงมีสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เท่านั้น ก็สามารถซื้อ-ขาย กันได้อย่างอิสระ ขณะที่การปล่อยให้ประเทศใดประเทศหนึ่งสร้างระบบนิเวศน์ทางการเงินไว้เอง ก็จะกลับเข้าสู่รูปแบบเดิมคือแต่ละประเทศมีสกุลเงินที่ไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้ การชิงเปิดตัวแพลตฟอร์มกลางที่ทุกคนสามารถเข้ามาพัฒนาต่อยอดได้อย่างอิสระจึงเป็นทางออกความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่าย อีกทั้งพื้นฐานของเทคโนโลยีบล็อกเชน ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือสูง ด้วยรูปแบบการบักทึกข้อมูลลงทุกบล็อกทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างง่ายดาย พร้อมความเร็วของการส่งข้อมูล ก็ยิ่งจะทำให้แพลตฟอร์มเปิดทางการเงินภายใต้ชื่อ Libra เป็นที่ยอมรับมากขึ้น Libra Associationไม่ได้มาเล่น ความร่วมมือของการสร้างแพลตฟอร์มเปิดทางการเงินครั้งนี้ จะเป็นการปฎิวัติแวดวงการเงินด้วยเทคโนโลยีอย่างแท้จริง ด้วยการลงทุนร่วมกันของทั้งเอกชนและองค์กรไม่แสวงหากำไร ซึ่งแบ่งเป็นแต่ละอุตสาหกรรมต่างๆดังต่อไปนี้ ด้านการชำระเงิน : Mastercard, PayPal, PayU (Naspers’ fintech arm), Stripe และ Visa ด้านเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซ: Booking Holdings, eBay, Facebook/Calibra, Farfetch, Lyft, MercadoPago, Spotify AB และ Uber Technologies, Inc. ด้านโทรคมนาคม : Iliad, Vodafone Group ด้านบล็อกเชน : Anchorage, Bison Trails, Coinbase, Inc. และ Xapo Holdings Limited กลุ่มนักลงทุน Venture Capital : Andreessen Horowitz, Breakthrough Initiatives, Ribbit Capital, Thrive Capital และ Union Square Ventures และกลุ่มสถาบันและองค์กรไม่แสวงหากำไร : Creative Destruction Lab, Kiva, Mercy Corps, Women’s World Banking ทั้งนี้หากนับจากรายชื่อสมาชิกผู้ร่วมลงทุนแล้ว คาดว่าการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อรองรับสกุลเงินดิจิทัลใหม่อย่าง Libra และกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์อย่าง Calibra ไม่น่าจะติดขัดปัญหาใด จะมีก็เพียงข้อกฏหมายของแต่ละประเทศที่ผู้คนจะใช้บริการเท่านั้นที่ Libra Association จะต้องก้าวข้ามไปให้ได้ มิเช่นนั้นแล้ว แพลตฟอร์มเปิดทางการเงิน Libra ก็จะกลายเป็นเพียงสกุลเงินหนึ่งที่ผิดกฏหมายและเสี่ยงต่อความเชื่อมั่นที่แต่ละประเทศจะยอมรับ แม้ว่าเฟซบุ๊กจะแยกการเงินของ Libra ออกจากบริษัทพื้นฐานตนเองชัดเจนแล้วก็ตาม ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง Libra Association Read the full article

Anya is live and ready to show you everything. Watch her strip, dance, and perform exclusive shows just for you. Interact in real-time and make your fantasies come true.
Free to watch • No registration required • HD streaming