[แปล/สัมภาษณ์] BLOCKB UKWON | STARAZ, December 2014
Source: StarAZ, scans by 돼지야, 뛰어라 (1, 2)
Translated by: trashbaby @ blockbintl
Thai by: @foryukwon
ทางเดินที่น่าตื่นเต้นแม้มันจะยากลำบาก
มันน่าประหลาดใจนิดหน่อย ตอนที่ได้ยินว่าเขาจะมีละครเวที แต่แปบเดียวพวกเราก็แน่ใจ คราวที่แล้วตอนที่พวกเราสัมภาษณ์บล็อกบี เขาไม่ได้ปิดบังความสนใจที่อยากจะเข้าร่วมแสดงละครเวทีเลย อย่างไรก็ตาม นี่มันไม่เหมือนกับว่าเป็นการทำนายไว้ก่อนล่วงหน้าเหรอ? ยูควอน คนที่จนทุกวันนี้ก็ยังคงให้ความสนใจอยู่กับว่าจะแสดงเอลวิสออกมายังไงในเวอร์ชั่นของตัวเอง มีความฝันอันยิ่งใหญ่และชัดเจนถึงการเข้าร่วมแสดงในละครเวที เป็นการท้าทายที่พิเศษมาก! ตอนนี้เรากำลังปกป้องการก้าวเดินของยูควอนผู้ที่กำลังก้าวเดินอยู่ในขั้นแรกอย่างเงียบๆ
เหมือนกับว่านี่จะเป็นการสัมภาษณ์เดี่ยวครั้งแรกของคุณนะ
เป็นเกียรติมากเลยนะ เพราะโชว์แรกของคุณกำลังจะเริ่มในเร็วๆ นี้ การฝึกซ้อมต้องเป็นไปอย่างเต็มที่แน่ๆ
ใช่ฮะ ระหว่าง(ที่ซ้อม)ละครเวทีเรื่องนี้ ผมกำลังเตรียมตัวสำหรับคอนเสิร์ตของบล็อคบี แล้วก็สำหรับการเดบิวต์ที่ญี่ปุ่นด้วยฮะ เพราะงั้นผมจึงใช้ชีวิตทุกวันนี้โดยปราศจากการมีสุขภาพที่ดีเลยแหละฮะ
ทุกวัปดาห์ ตารางซ้อมจะออกมา และมันชนกับตารางงานที่ค่ายให้มาด้วยฮะ ผมก็เลยต้องไป.. สถานการณ์มันเป็นแบบนี้ ผมไม่มีทางเลือกอะฮะ (พูดพร้อมขอโทษไปด้วย)
ตอนนี้คุณยังคงอยู่ในห้องซ้อม เมื่อไหร่ที่จะได้เริ่มรันทรู?
พวกเรามีฉาก(ที่เหมือนในละครเวที)อยู่ในห้องซ้อมอยู่แล้วฮะ พวกเราแค่ต้องเก็บรายละเอียด(ของละคร) ดงจุน ซันดึล แล้วก็ซงโฮยองฮยองได้รันทรูกันไปหมดแแล้ว แต่เพราะการฝึกซ้อมของผมยังค่อนข้างน้อย ผมเลยยังรันทรูไม่ได้ตอนนี้ฮะ น่าจะเป็นช่วงกลางๆ สัปดาห์นี้อะฮะ ถึงจะได้เริ่มทำ
คุณได้รับโอกาสให้เข้าร่วมละครเวที “All Shook Up” ได้ยังไงเหรอ?
ผมชอบละครเวทีมากๆ เพราะงั้นผมจึงอยากร่วมแสดงละครเวทีมาตั้งแต่ตอนเด็กๆ แต่ในที่สุด พอผมได้ยินว่าผมจะได้เข้าร่วมมัน ผมกลับกังวลมากๆ ผมไม่ได้มีเวลาเยอะ และผมคิดว่า ถ้าผมทำมัน ผมจะไม่สามารถทำมันได้ดีและอาจจะมีปัญหาตามมา ผมก็เลยปฏิเสธไปฮะ แต่ท่านประธานบอกว่าจะจัดตารางเวลาให้(ได้ไปซ้อม) แล้วก็จะช่วยผมเท่าที่เขาสามารถช่วยได้ เขาเลยหวังว่าผมจะเข้าร่วม สุดท้ายผมเลยตัดสินใจเข้าร่วม(ละครเวที) แต่มันยากจริงๆ ฮะ ที่มากกว่าอะไรทั้งหมดคือผมไม่สามารถไปซ้อมได้บ่อยๆ ผมรู้สึกเสียใจมากจริงๆ แต่ยังไงก็ตาม มันเป็นอะไรที่ผมอยากทำ เพราะงั้น ผมจะทำมันให้ดีที่สุด
คราวที่แล้วที่เราสัมภาษณ์คุณ ผมจำได้ว่าคุณบอกว่าอยากเล่นละครเวที ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คุณเริ่มสนใจมัน?
ผมเข้าโบสถ์ฮะ แล้วก็ที่โบสถ์พวกเราเล่นละครเกี่ยวกับคำภีร์ไบเบิ้ล แล้วก็ละครเวทีเล็กๆ ผมทำอะไรพวกนั้น และแน่นอน เพราะผมชอบร้องเพลงและเต้น ผมเริ่มคิดว่า ละครเวทีนี่มันมีเสน่ห์นะ ที่โบสถ์จะมีนูน่าที่เล่นละครเวทีอยู่ในโรงละครเล็กๆ และผมก็ได้ไปดูละครที่เธอเล่นด้วย อย่างนึงที่ติดใจผมมากที่สุดคือตอนที่คุณครูเปิดวีดีโอของ “Notre Dame de Paris” ให้ดู ผมชอบมันมากๆ เลย แล้วก็ มีครั้งนึงผมไปเล่นที่ Seoul Land ผมได้ดู B-Boy Musical “Snow Drop” และตั้งแต่ตอนนั้นที่เห็น เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่า ผมอยากจะลองเล่นมันด้วยตัวเองสักครั้ง
ผมสงสัยว่าส่วนไหน(ของละครเวที)ที่คุณมองว่ามันมีเสน่ห์
มันจะมีเพลงแบบที่มีแค่เฉพาะในละครเวที ในนั้น คุณจะได้ทั้งแสดงและเต้นไปด้วยกัน ผมสามารถทำมันได้ทุกอย่างที่ผมชอบ(สนใจ) มันมีอะไรอีกเยอะแยะเลยครับ
คุณเป็นคนแรกในบล็อคบีที่ได้เล่นละครเวที สมาชิคคนอื่นมีการตอบรับยังไงบ้างเหรอครับ?
พวกเขาช่วยสนับสนุนผมอย่างมากเลยแหละ ยิ่งเพราะพวกเขารู้อยู่แล้วว่าผมอยากเล่นละครเวที และมันเหมือนกับว่าผมสามารถแสดงให้พวกเขาเห็นได้ว่าผมสามารถทำได้ดีแม้พวกเราจะยุ่งกันก็ตาม พวกเขาสนับสนุนผมเป็นอย่างมาก อาจจะเพราะพวกเขาคิดว่า “อ่า ยูควอนมีความสนใจในละครเวทีและกำลังพยายามอย่างมาก” แล้วก็ให้กำลังใจผมเยอะมากๆ เลยแหละ จีโค่ก็เป้นหนึ่งในคนที่ช่วยผมเรื่องบท(ละครเวที)ด้วยครับ
ช่วยแนะนำสั้นๆ เกี่ยวกับ “All Shook Up” หน่อยครับ
เป็นละครเวทีที่ประกอบด้วยเพลงของ Elvis Presleys ฮะ และเป็นเรื่องราวของวัยรุ่นคนหนึ่งชื่อ Elvis ที่มาที่ American Town ที่ตึงเครียดและมีกฏเกี่ยวกับความเงียบ (หมายถึงห้ามเสียงดังในเมือง จะมีคลายๆ ผู้ใหญ่บ้านมาคอยตรวจตรา) เพื่อนำเสียงเพลงและความรักกลับมาที่เมืองอีกครั้ง มันมีเรื่องราวความรักของเด็กวัยรุ่นด้วยฮะ
ผมจำได้ว่าเคยดูมันมาก่อน.. มันสนุกนะ
ผู้กำกับได้เปลี่ยน(บท)ตั้งแต่ตอนนั้นฮะ เพราะงั้นทั้งบทและการเต้นก็จะเปลี่ยนไป ผมคิดว่ามันสนุกกว่าเมื่อก่อนซะอีก (หัวเราะ)
ตัวละคร Elvis มีลักษณะยังไงเหรอ?
ภายนอก เขาดูเป็นลูกผู้ชายและเท่มากๆ แต่ข้างในเขาค่อนข้างเปราะบางและมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในการตัดสินใจ แม้แต่ตอนฝึกซ้อม ผมเริ่มเข้าใจในตัวตนของเขาต่างออกไปและเริ่มตีความ(ลักษณะนิสัยของเขา)ต่างออกไป มันคงจะดีนะ ถ้าพวกคุณได้มาดูว่าตัวละครนี้เป็นแบบไหนด้วยตัวคุณเอง
ในละครเวทีเรื่องแรกของคุณ คุณได้ร่วมแสดงและทำงานกับรุ่นพี่ และเพื่อนร่วมงานในวงการบันเทิง.. ว่าแต่มันกดดันไหม?
ในความเป็นจริง มันก็กดดันบ้างนะฮะ ทุกครั้งที่เห็นทุกคนทำงาน รุ่นพี่ซอนโฮฮยองเป็นรุ่นพี่(ในวงการ) เพราะงั้นแน่นอนผมคิดว่าเขาทำได้ดีฮะ แต่ดงจุนก็ทำได้ดีเหมือนกันฮะ ทุกครั้งที่ผมเจอเขา เขาเป็นเพื่อนที่ทำให้ผมประหลาดใจมากๆ เลย ซันดึลก็เหมือนกัน แล้วพวกเขาก็ทำได้ดีมากขึ้นๆ ทุกครั้งที่ได้เจอฮะ เพราะงั้นผมเลยมาคิดว่าตัวผมเองจะทำได้ดีรึเปล่านะ และก็เพราะแบบนั้น ผมเลยเริ่มทำงานให้หนักขึ้นฮะ เพราะว่ามันมีหลายคนที่เล่นบทบาทเดียวกัน มันกลายเป็นอะไรสักอย่างที่เหมือนการแข่งขันที่ดีนะ พวกเราทุกคนแชร์สิ่งดีๆ ต่อกัน แล้วเราก็มีความสัมพันธ์ที่ดี เพราะงั้น ถึงแม้จะอยู่ในช่วงฝึกซ้อม แต่พวกเราก็สนุก
ซงโฮยอง ซันดึล และดงจุนต่างแสดงในบทบาทเดียวกับคุณ มีครั้งไหนไหมที่คุณเห็นการฝึกซ้อมของพวกเขาแล้วเห็นจุดที่คุณแสดงต่างออกไป?
อย่างแรกเลย นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เข้ามาในสนาม(ละครเวที)นี้ แต่พวกเขาที่เหลือมีประสบการณ์ทางด้านละครเวทีมาแล้ว เพราะงั้นผมเลยเมินเฉยต่อประสบการณ์ของพวกเขาไม่ได้เลยฮะ ผมเรียนรู้อย่างมากเลยแหละ เวลาผมเห็นคนอื่นแสดง ผมก็คิดว่า อืม.. มันดีนะ หรือ ผมควรแสดงแบบนั้นไหม? หรือไม่ก็ ผมสามารถสื่อออกมาในแบบที่ต่างกันได้นะ พวกเราสี่คนมี Elvis ที่ต่างกัน ทุกครั้งที่ฝึกซ้อม พวกเราจะต่างกันออกไปทีละนิดๆ หรือแม้แต่สิ่งที่ดูจุนซ้อมเมื่อวานนี้ ก็จะต่างจากสิ่งที่ดูจุนทำในวันนี้
มันมีจุดไหนไหมที่เหมือนกับ Elvis ตัวจริงๆ?
เขาเป็นคาแรคเตอร์ที่เข้ากับผมดีจริงๆ ฮะ มันมีหน้ากากมากมายที่ผู้คนใส่ในสีหน้าของความเจ็บปวดและความยากลำบาก และ Elvis กับผมก็มีหน้ากากอันนั้นเหมือนๆ กัน โดยปกติแล้วเขาเป็นคนกล้าหาญ แต่เขาเป็นตัวละครที่มีหน้ากากที่เขาใส่ตอนมีความรัก ผมคิดว่าเขาเป็นตัวละครที่ผมสามารถถ่ายทอดได้ดี
นี่เป็นละครเวทีที่สร้างขึ้นจากเพลงของ Elvis Presley มันมีเพลงไหนไหมที่คุณรู้จักมาก่อนแล้ว?
ตอนที่ผมเรียนรู้เกี่ยวกับเพลง มันมีบางเพลงที่ทำให้ผมคิดว่า “โอ้.. นี่คือเพลงของ Elvis!” เหมือนในเพลง “Love Me Tender” ผมรู้ว่าเป็นคนผิวขาวที่ทำเพลงเหมือนคนผิวดำ แต่ผมไม่ได้รู้จากเพลงดีมากมาย ผมคิดว่ามันเหมือนกับว่าผมเคยได้ฟังเพลงพวกนี้มาก่อนโดยที่ผมไม่รู้ตัวเลย
ในบทที่เล่น ถ้าต้องเลือกซีนที่ชอบที่สุด จะเลือกซีนไหน?
ผมชอบอันสุดท้าย “Burning Love” มากที่สุด มันเป็นเพลงที่ทุกคนร้องด้วยกันเพราะในที่สุดพวกเขาก็พบเจอกับความรัก ทุกครั้งที่ผมร้องท่อนนั้น มันดูมีความหวังจริงๆ และอารมณ์(ฟีลลิ่ง)ของผมก็เพิ่มมากขึ้น จริงๆ แล้วมันไม่มีซีนไหนเลยที่ผมไม่ชอบ มันมีเพลงนึงที่ชื่อว่า “Come On Everybody” ด้วย และเพราะมันมีพามนึงในเพลง “Nillili MAmbo” ที่ผมร้อง ‘Come on everybody’ ผมคิดว่าพาทนั้นมันติดอยู่ที่ปากของผม มันเป็นเพลงแรกที่ผมร้องตอนที่เข้าไปในเมือง (ประมาณฉากที่ 2 ของละคร ฉากแรกร้องอยู่ในคุก) และเพราะมันเป็นเพลงที่ตื่นเต้นและมีชีวิตชีวา มันสนุกมากจริงๆ
ตอนที่คุณคิดถึงช่วงที่กำลังจะขึ้นเวที คุณกังวลเรื่องอะไร?
เวทีมันต่างจากห้องซ้อม ผมกังวลเกี่ยวกับการเจ็บคอ มันเป็นช่วงหน้าหนาวและอากาศกำลังเปลี่ยน เพราะงั้นผมเลยกังวลว่าผมจะป่วย และเพราะเพลงมันเป็นสไตล์ Rock ที่มีโน้ตค่อนข้างสูง (หัวเราะ) มันยากตอนที่ผมฝึกซ้อมด้วยเหมือนกัน เพราะงั้นผมเลยกังวลมากๆ ผมเล่นเป็นตัวละครหลักของละครเวที ผมเลยกังวลเกี่ยวกับพวกเวลาร้องเพลงแล้วเสียงแตก หรือผมจะทำอะไรที่ผิดพลาดไป เพราะมันจะทำให้ความสนใจของผู้ชม และถ้าเสียงผมแตก(ตอนร้องท่อนเสียงสูง) ผมก็คงตื่นเต้น(สติหลุด)ไปด้วย และทุกอย่างนี้มันทำให้ผมกังวลจริงๆ
ตอนที่คุณดูนักแสดงละครเวที พวกเขามีสคริปต์ที่ยาวมากจริงๆ เพราะงั้น ทำยังไงคุณถึงจำสคริปต์พวกนั้นได้ทั้งหมด?
ผมกังวลนะ แต่ผมก็จำมันได้ทั้งหมด ผมมีรุ่นพี่ที่เป็นนักแสดงละครเวที พัคจุนอูฮยอง จินอูฮยองช่วยผมกับดูจุนเยอะมากๆ และการแนะนำ(ของพี่เขา)ไม่ใช่การจำสคริปต์ไปทั้งหมด แต่รู้ถึงการลื่นไหลของละครเวที และถ้าคุณรู้ถึงสถานการณ์พวกนั้นก็โอเค แต่สิ่งที่น่าสนใจคือสคริปต์มันจำเข้าไปได้ด้วยตัวเอง เพราะผมดูหลายๆ คลิป และเห็นสิ่งที่คนอื่นทำ ผมรู้ว่าแต่ละฉากจะเป็นยังไงและเข้าใจถึงการลื่นไหลของละครเวที ผมก็เลยจำสคริปต์ได้โดยอัตโนมัติ
เพราะคุณกำลังจะขึ้นแสดงในเวทีใหม่ คุณต้องคิดถึงสมาชิคบล็อคบีแน่ๆ
ไม่เลยฮะ (ในหัว)ผมไม่มีที่เหลือให้คิดถึงเมมเบอร์เลยฮะ มันมีหลายอย่างที่ต้องฝึกซ้อม เพราะงั้นผมแทบไม่สามารถคิดถึงอย่างอื่นได้เลย สิ่งที่ยากอีกอย่างคือการเต้นของพวกเราจะเป็นแบบ 1-2-3-4 แต่ในละครเวที มันมีนักเต้นบางคนที่ 1-2-3-4 แต่ในส่วนอื่นๆ ส่วนมากพวกเขาจะต่างออกไป มันยากจริงๆ ที่จะแยกว่าจะต้องไปอยู่(ใกล้)กับใคร และใครที่ผมต้องเต้นด้วย ก่อนนี้ผมแค่เต้นไปกับเพลง (ตามท่อน ตามเวลาของเพลง) แต่ตอนนี้ผมต้องขยับไปตรงนั้นตรงนี้ และตรงที่ผมต้องนำความสนใจ และตอนที่ผมต้องเต้นกับจังหวะที่มันยากๆ ผมคิดว่ามันคงจะดีถ้ามันแค่เต้นไปทั้งหมด
เหมือนกับว่ามันจะยากในการที่จะบาลานซ์ตารางงานของละครเวทีกับตารางานของบล็อคบี วันนี้คุณบอกว่าคุณรู้สึกไม่ค่อยดี คุณมีวิธีดูแลสุขภาพยังไง?
เพราะว่าตารางงานของเราเพิ่มมากขึ้น ผมไม่ค่อยได้กิน ถ้ามันมีหลายๆ อย่างที่ผมต้องให้ความสนใจแล้วมันออกมาไม่ดี แต่ยังไงก็ตาม ผมพยายามให้ความสนใจกับมื้ออาหารให้มากที่สุด และช่วงนี้ผมทานวิตามินด้วยฮะ (หัวเราะ) ผมดื่มน้ำองุ่นด้วย
มันต้องมียางครั้งที่คุณได้รับความสนใจ(จากผู้คน)ว่าคุณเป็นนักแสดงนำ แน่นอนมันต้องมีทั้งโมเม้นที่ดีแล้วก็ไม่ดี
มันช่วยไม่ได้ที่ผมจะรู้สึกว่ามันเป็นภาระ ทุกคนต้องผ่านการออดิชั่น แต่ผมเข้ามาโดยการแคสแล้วก็ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของละครเลย มันเลยรู้สึกเหมือนกำลังโดดร่มเลยฮะ ทั้งรู้สึกผิดทั้งกดดัน และมันไม่ดีเหรอฮะที่จะได้ทำการแสดงดีๆ ด้วยหัวใจที่เต็มที่จากไอด้อลต่อหน้าแฟนละครเวที? แฟนคลับของพวกเรา(บีบีซี)ก็กังวลมากเหมือนกัน และมันก็มีผู้คนมากมายรอบข้างผมกังวลและคอยสนับสนึนผม มันช่วยไม่ได้แต่ผมก็ต้องพยายามให้ถึงที่สุด ถึงมันจะเป็นภาระมากขนาดไหน ผมก็พยายามทำมันให้ดีที่สุดเพื่อพวกเขาจะได้เห็นความตั้งใจของผม ไม่ว่าการวิจารณ์จะออกมาแบบไหน และเพราะมันเป็นผลลัพธ์ของสิ่งที่ผมทำ ผมจะยอมรับมันและทำให้ดีมากขึ้นกว่าเดิมในครั้งหน้าถ้าผมมีโอกาส เป้าหมายของผมคือการที่แฟนละครเวทีได้ดูแล้วรู้สึกว่าผมทำได้ดีโดยที่ไม่รู้สึกว่ามันแตกต่างกับที่นักแสดงละครเวทีปกติเล่นกัน
บางทีแฟนๆ ของคุณก็บอกว่าพวกเขากังวล แล้วพวกเขาแสดงออกยังไงกัน?
เพราะผมเคยพูดในรายการวาไรตี้ว่าผมอยากเล่นละครเวที มันก็มีแฟนคลับที่คิดว่า ‘อ่า ในที่สุดยูควอนก็ได้มีส่วนร่วมกับละครเวที’ แล้วก็มีแฟนบางคนที่ไม่ค่อยเห็นด้วย แต่โดยรวมก็สนับสนุนผมนะ พวกเขาบอกว่าพวกเขากังวลมากแล้วก็บอกให้สู้ๆ แฟนละครเวทีจะได้ไม่รู้สึกแย่กับผม แฟนๆ มายกมายพูดกับผมว่า ‘ฝึกซ้อมเยอะๆ แล้วทำให้พวกเราเห็น เราเชื่อในตัวคุณนะ’ แต่ถ้าเป็นไปได้ ผมก็พยายามไม่มองถึงการตอบรับพวกนั้นนะ
คุณคิดว่าช่วงเวลาไหนเป็นช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุดในช่วงวัยรุ่นของคุณ
มันไม่ใช่ช่วงนี้เหรอฮะ? ผมรู้สึกขอบคุณที่ยุ่ง(งานเยอะ)ขนาดนี้ และผมรู้สึกขอบคุณที่นึกถึงผมในโปรเจคละครเวทีนี้ ผมรู้สึกขอบคุณที่สามารถมี encore คอนเสิร์ต และผมใช้ชีวิตทุกวันนี้ด้วยหัใจที่รู้สึกขอบคุณ ในวงการบันเทิงที่ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเมื่อไหร่ที่คุณจะมีงานเข้ามาขนาดนี้อีก ผมขอบคุณอาชีพของผมในตอนนี้และผมจะพยายามทำตอนนี้ให้ดีที่สุด
อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดในตอนนี้?
มันแค่ยาก.. กังวลเสมอๆ กังวลว่าผมจะทำได้ดีไหม มันกังวล และเพราะการฝึกซ้อมละครเวทีทำให้ผมไม่สามารถเตรียมตัวได้ดีสำหรับคอนเสิร์ต ผมเลยยิ่งกังวลไปอีกว่าผมจะทำตรงนั้นได้ไม่ดี ทุกอย่างที่ผมทำตอนนี้มันมีความสุขนะ แต่มันก็เป็นกังวลด้วย
แล้วสมาชิคคนอื่นๆ เป็นยังไงกันบ้างตอนนี้?
เพราะพวกเราทุกคนยุ่งอยู่กับตารางงานส่วนตัว เอาจริงๆ ผมไม่แน่ใจว่าพวกเขาทำอะไรกันอยู่ (หัวเราะ) เพราะพวกเราจะเจอกันบ่อยๆ แค่ที่ห้องซ้อม และเพราะผมไม่ได้ไปฝึกซ้อมเยอะเท่าไหร่ช่วงนี้ ช่วงนี้พวกเขายุ่งอยู่กับการซ้อมสำหรับคอนเสิร์ต มันเป็น encore คอนเสิร์ตแต่สคริปต์จะไม่ได้เหมือนเดิมทั้งหมด และพวกเราได้เตรียมอะไรใหม่ๆ(มาโชว์)มากมาย เพราะงั้นทุกคนเลยยุ่งๆ และในกรณีของจีโค่ เขายุ่งเพราะเขาทำเพลง ผมว่ามันน่าจะใช่นะ (หัวเราะ) แม้แต่ตอนผมอยู่กับสมาชิคคนอื่นๆ พวกเราไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ ผมยุ่งอยู่กับการจำสคริปต์ เพราะงั้นผมเลยไม่สามารถคุยกับพวกเขาได้ แม้แต่ตอนคอนเสิร์ตจบ พวกเราไม่ได้มีเวลามากเท่าไหร่ เรามีโชว์เคสที่ญี่ปุ่น และเพราะตอนนี้มันเป็นช่วงสิ้นปี พวกเราต้องทำงานหาเงินฮะ (หัวเราะ)
นี่มันก็เข้าปีที่ 4 แล้วตั้งแต่บล็อคบีเดบิวต์มา ปีนี้พวกคุณชนะที่ 1 และมีเรื่องดีๆ มากมายเกิดขึ้น แต่คุณคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตเหรอ?
เพราะพวกเราผ่านอะไรมาเยอะ ผมคิดว่ามันไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมากมาย(เข้ามาอีก)และพวกเราแค่อยากจะทำเพลงดีๆ พวกเราจะพยายามให้มากขึ้นเพื่อแสดงเพลงดีๆ และสเตจดีๆ ออกมา พวกเราจะพัฒนาและแสดงด้านใหม่ๆ ของพวกเราออกมา มันคงจะดีถ้าพวกเรามีแฟนพฃเพิ่มมากขึ้นอีกในญี่ปุ่น พวกเรามีแฟนที่เป็นแฟนคลับของพวกเราจริงๆ มากมาย แต่เพราะพวกเรายังไม่ได้เดบิวต์ที่ญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ มันยังมีผู้คนอีกมากมายที่ยังไม่รู้จักพวกเรา มันน่าจะดีถ้าเราสามารถทำมันได้ดีในญี่ปุ่นด้วย และถ้าเสร็จจากที่ญี่ปุ่นและกลับที่เกาหลีแล้ว ผมหวังว่าเราจะสามารถแสดงด้านดีๆ ของเราให้แฟนๆ ที่เกาหลีดูผ่านเพลงใหม่ๆ ผมไม่มีความคิดอะไรนอกจาก มันน่าจะดีถ้า... ผมไม่รู้ว่ามันจะออกมาเป็นยังไง ผมคิดว่าคำตอบมันก็แค่ พวกเราจะออกมาพร้อมเพลงในแบบที่เราชอบและแสดงด้านที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้
คุณไม่สามารถทำนายได้ใช่ไหมว่าช่วงไหนที่บล็อคบีจะกลับมาทำกิจกรรมที่เกาหลีอีก?
แม้ว่ามันจะสามารถทำนายช่วงเวลาโดยประมาณได้ แต่ผมก็ทำไม่ได้อยู่ดีเพราะผมไม่ได้ใส่ใจ (หัวเราะ) ผมคิดเสมอว่าเวลาตอนนี้สำคุญที่สุด ผมคิดว่ามันน่าจะดีกว่าถ้าทำงานตอนนี้ให้ดี จะได้ไม่มีข้อผิดพลาดในภายหลัง ผมไม่ได้ใส่ใจกับอะไรจำพวก ตารางงานของเราคืออะไร ปกติแล้วผมก็ใช้ชีวิตไปแบบไม่คิดอะไร เพราะชีวิตมันจะสนุกมากขึ้นถ้าคุณปล่อยวางความกังวลลง
ถึงคุณจะพูดแบบนั้น แต่มันก็เหมือนว่าคุณคิดอะไรเยอะแยะมากมายเลยนะ
เพราะมันมีอะไรหลายๆ อย่างที่ผมกังวลในช่วงนี้ ผมมีอะไรในหัวเยอะแยะไปหมด แต่ปกติแล้วผมไม่ค่อยสนใจอะไรพวกนี้ ก็แค่ใช้ชีวิตไปอะฮะ
ตั้งแต่เดบิวต์มาจนถึงตอนนี้ บล็อคบีทำงานมาตลอดโดยไม่ได้หยุดพัก ตั้งแต่ตอนนั้น ยูควอนได้เปิดประสบการณ์ใหม่กับการเป็นนักแสดงละคนเวที แล้วยูควอนในอนาคตจะปรากฏตัวออกมาในรูปแบบไหนอีก?
ตอนนี้ผมได้ลองเล่นละครเวที ผมอยากมีโซโล่ บางทีผมก็อยากแสดงความสามารถของผมออกมา แค่ทำโซโล่ออกมาให้ดูเท่ๆ ก่อนที่จะทำโซโล่ ผมก็ยังอยากทำยูนิทร่วมกับเมมเบอร์คนอื่นๆ ด้วย มันเหมือนกับว่าผมมีความฝันอยู่มากมายเสมอๆ เพราะพวกเรากำลังเดบิวต์ที่ญี่ปุ่น ผมก็อยากให้เพลงของเราติดชาร์ตในออริค่อนชาร์ต และอยากมีคอนเสิร์ตที่โตเกียวโดมด้วย
มันมีอะไรที่คุณคาดหวังจากละครเวทีเรื่องนี้ไหม?
ผมคาดหวังในการพัฒนาตัวเองของผม ตอนที่ผมยืนอยู่บนเวที คนปกติ(ที่ไม่ใช่แฟนคลับ)จะมองผมยังไง? แฟนละคนเวทีคงไม่คาดหวังอะไรมากจากผม แต่ผมหวังว่าผมจะทำได้ดีจนพวกเขามีปฏิกริยาที่แบบ ‘โอ้ ดูสิ เขาทำได้ดีกว่าที่ฉันคิดไว้อีก’
คุณต้องยืนอยู่บนเวทีคุณถึงจะรู้ แต่เมื่อได้ยืนอยู่หน้าผู้คนคุณจะอยากทำมันต่อไป
บางที ผมอาจะถ้าผมมีประสบการณ์สักครั้ง ตอนนี้ทุกอย่างมันยากไปหมด ผมต้องโฟกัสอยู่กับตัวละครและการแสดง และเพราะผมรู้แล้วว่าผมไม่สามารถข้ามไปที่บทสรุปเลยได้ มันน่าจะมีโอกาสเข้ามาอีกในอนาคต แต่คราวหน้าถ้าผมได้เลือก ผมจะเลือกโดยใช้การตัดสินใจที่มากกว่านี้
มันมีอะไรอีกไหมที่คุณอยากมีส่วนร่วม?
เมื่อก่อนผมอยากเล่นบทของ Gringoire ใน “Notre Dame de Paris” มากๆ เลยฮะ แต่เพราะผมได้มาเล่นในละครเวทีเรื่องอื่น ผมรู้ว่าละครเวทีทั้งหมดตามมาหลังจาก Gringoire ผมคิดว่า ‘อ่า มันเป็นอะไรที่ผมเลือกไม่ได้แบบนั้น’ ปกติผมเป็นคนไม่คิดอะไรมาก แต่มันเหมือนว่า ช่วงหลังๆ มานี้ผมคิดอะไรเยอะมากขึ้น ผมไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ง่ายๆ อีกแล้ว ผมแค่ท้าทายมันเพราะว่าโอกาสมาถึง คิดแค่วันมันเป็นอะไรที่ผมอยากทำ หลังจากที่ปฏิเสธไปตอนแรกเพราะว่าผมไม่มีเวลา แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็รู้ว่าผมยังคงขาดอะไรอีกมาก และความสมบูรณ์ในแบบที่มันควรจะเป็น เพราะงั้นหลังจากเล่นละครเวทีนี้แล้ว ผมคงไม่เล่นอีกเรื่องง่ายๆ แต่ยังไงก็ตาม ถ้าผมอยากทำขึ้นมาอีก ผมก็จะทำอีกนะ (หัวเราะ)
All Shook Up คืออะไรสำหรับยูควอน
จุดเปลี่ยน ไม่ใช่ว่ามันเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ขีดความสามารถของผมเพิ่มขึ้นเหรอ? ผมโฟกัสอยู่กับขอบเขตที่มันน่าประหลาดใจ แม้กับตัวผมเอง และแม้แต่เมมเวอร์ยังบอกว่ามันน่าประหลาดใจมาก มันน่าจะเป็นแบบนั้นเพราะผมมีภาระที่ต้องรับผิดชอบมากมาย แต่ก็เหมือนกับว่ามันเป็นจุดที่ทำให้ผมทำงานหนักขึ้นและเปลี่ยนตัวผม(ให้ดีขึ้น)
เหมือนกับว่า แม้แต่ตัวคุณเองยังรู้สึกว่าคุณเหมือนเปลี่ยนเป็นคนใหม่
ช่วงนี้คุณไม่มีข่าวดีอะไรเลยเหรอ มันเหมือนกับว่าคุณกำลังมีช่วงเวลาที่ยากลำบากเลยนะ
ไม่นะ ผมมีความสุขดี แต่ก็กังวลด้วย แต่เจ้าหมาน้อยให้พลังกับผม พวกมันจะคอยมาต้อนรับผม และตอนที่ผมไม่สามารถให้ความสนใจมันได้เต็มที่ พวกมันก็ยังให้พลังกับผม เจ้าหมาชิสุสองตัว บยอลลี่ ตุงงี่
คุณบอกว่าคุณไม่ได้คิดถึงอนาคต แต่อะไรคือเป้าหมายในปีหน้าของคุณ?
สิ่งที่ผมคาดหวังเสมอคือ มันคงจะดีถ้าทักษะการร้องเพลงของผมเพิ่มขึ้น ครั้งนึกความตั้งใจของผมเป็นจริง ใน Her ผมได้ร้องในท่อน Chorus มันเป็นเพราะผมอยากจะลองร้องในเมนหลักของทีม ผมอยากทำมันมาตลอดตั้งแต่ Jackpot แต่ใน Her ผมได้ร้องมัน ความตั้งใจของผมประสบความสำเร็จ และผมอยากพยายามให้มากกว่านี้ในการโชว์ทักษะที่จะไม่ awkward ถ้าผมกับแทอิลฮยองจะร้องท่อง Chorus ด้วยกัน
ในที่สุด ช่วยพูดอะไรกับแฟนๆ หน่อย
ขอบคุณที่คอยซัพพอร์ตผมและให้พลังกับผมเสมอมา ความกังวลและคำวิจาร์มันดี แต่มันคงจะดีกว่าถ้าพวกคุณสามารถปกป้องผมได้โดยที่ไม่ต้องพูดอะไรพวกนั้นออกมา ผมจะพยายามให้มากขึ้นเพื่อที่จะไม่ทำให้พวกคุณกังวล เพราะงั้น โดยไม่ต้องกังวลหรือมีคำพูด ผมหวังว่าพวกคุณจะสนับสนุนและปกป้องผม
มันมีครั้งไหนไหมที่คุณเจ็บปวดกับคำพูดของคนอื่น
มันก็ไม่ใช่แบบนั้นฮะ ผมแค่รู้สึกถึงมันได้เสมอๆ ผมพูดมันเพราะผมรู้ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเรามีปัญหาอะไรสักอย่าง บางครั้ง แฟนๆ เหมือนจะทำให้ปัญหามันใหญ่ขึ้น เอาจริงๆ เลย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมภาษณ์เดี่ยว ผมเสียสติหน่อย ผมขอโทษที่เหมือนกับว่าผมจะพูดนอกเรื่องไป ยกโทษให้ผมด้วยฮะ