[K]INKTOBER2017: DAY 8- BLINDFOLD (special)
DAY 8- BLINDFOLD (special)
ต่อเนื่องจาก พาร์ทแรก ของ @VagueCenno ค่ะ
เขารับมันมาจากหล่อน ผ้าปิดตานั้นความกว้างพอ ๆ กับหนึ่งฝ่ามือของเขา เนื้อผ้าหนาและนุ่มอย่างที่รู้ดีว่ามันช่วยปิดกั้นการมองเห็นได้ดีขนาดไหน ด้วยเพราะเคยใช้มาหลายคืน
หล่อนอยู่ตรงนั้น มณฑกาญจน์มองเขา ในดวงตามีคำถามคล้ายจะแปลกใจที่เห็นเขายิ้ม
"โมน่าจะซื้อให้ตัวเองบ้างจริง ๆ"
พันปิยะเอ่ย รั้งร่างบอบบางเข้าหาตนเอง สวมกอดซ้อนจากด้านหลัง ได้ยินเสียงร้อง "เอ๋.." อย่างแปลกใจ
"ขอกอดหน่อย" เขาเกยคางบนบ่าเล็ก เชิ้ตขาวตัวหลวมบนร่างของมณฑกาญจน์ลู่แนบผิวไปตามอ้อมกอด "นาน ๆ จะได้เห็นหน้าในเวลาเดียวกันสักที"
"...ขอโทษนะตง" เสียงหล่อนหงอยหลังได้ยินคำพูดของเขา
"...หลังจากนี้คงดีขึ้นแล้วล่ะ"
ดูท่ามณฑกาญจน์จะเข้าใจไปว่าเขาพูดพาดพิงถึงงานอันแสนวุ่นวายที่โรงพยาบาลของหล่อน
พันปิยะส่ายหน้าน้อย ๆ "เราไม่ได้ว่าโมสักหน่อย คิดมากเกินไปแล้ว"
"ที่พูดก็เพราะคิดถึงต่างหาก"
มณฑกาญจน์หัวเราะเสียงใส "...นี่ตงพูดอะไรเนี่ย"
หล่อนไม่ชินกับการได้ยินคำพูดหวาน ๆ จากผู้เป็นสามี นาน ๆ จึงจะได้ยินสักครั้งหนึ่ง
ผืนผ้านุ่มถูกสวมลงบดบังทัศนวิสัย เป็นผ้าปิดตาที่หล่อนเพิ่งส่งให้เขาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนนั่นเอง... มนฑกาญจน์ส่งเสียง ยกมือขึ้นหมายจะดึงออก หากแต่มือของใครอีกคนกลับกุมมือของหล่อนเอาไว้
อ้อมแขนคลายออก เตียงยวบลงตามน้ำหนักและการเคลื่อนไหว สัมผัสได้ว่าเขาเปลี่ยนตำแหน่งย้ายมาอยู่เบื้องหน้า แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ
เสียงของพันปิยะเจือกระแสขบขัน แม้จะมองไม่เห็นแต่กลับรู้สึกว่ามีรอยยิ้ม
หล่อนอ้าปาก หมายจะแย้งว่าไม่ได้หรอก ...ก็หล่อนตั้งใจซื้อมาให้เขานี่นา
แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เขาก็จูบลงบนแก้ม จากนั้นจึงขยับเคลื่อนลงมา ปล่อยให้ริมฝีปากของเขาสัมผัสกับริมฝีปากของหล่อนเบา ๆ
นิ่งไปคล้ายจะสังเกตอาการของมณฑกาญจน์ ...จนเมื่อแน่ใจว่าหล่อนไม่ได้ต่อต้านหรือปฏิเสธ พันปิยะจึงจูบหล่อนอีกครั้งหนึ่ง
จุมพิตนั้นคล้ายเดิม หากแต่หวานและลึกล้ำขึ้นกว่าคราวแรก
"ทำไมถึงต้องปิดตาด้วยล่ะ..?" เสียงของมณฑกาญจน์อ่อนลง อยากจะดึงออกไปนัก แต่พันปิยะกลับไม่ยอมตามใจ
พอยกมือขึ้นอีกครั้ง ก็กลายเป็นเปิดโอกาสให้เขาดึงมือหล่อนไป ริมฝีปากคู่นั้นแตะลงแผ่ว ๆ ละเลียดที่ปลายนิ้วทีละนิ้ว จากนั้นจึงไล่มาที่ฝ่ามือ ...ชวนให้ใจสั่นไหว
พอถามย้ำก็กลับได้คำตอบว่า "จะได้พักสายตาบ้างไง...ไม่ดีหรือ?" ชวนให้ยกกำปั้นทุบอกคนพูดสักที กระนั้นก็ได้แต่คิด
หล่อนไม่ทำอย่างนั้นหรอก หล่อนไม่ใช่คนแบบนั้น
ฝ่ามือของเขาแตะแผ่นหลังของหล่อนแผ่ว ๆ พาให้ร่างของหล่อนเอนลง กระซิบหยอกที่ข้างหูว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ห้ามถอดผ้าปิดตาออกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นแล้วความตั้งใจของเขาคงไม่สำเร็จผล
บอกเช่นนั้นแล้วก็ผละออกไป
มณฑกาญจน์หัวเราะ ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลกลใด พันปิยะจึงได้นึกอยากเล่นอะไรแผลง ๆ ขึ้นมา ถึงอย่างนั้นก็ตัดสินใจยอมโอนอ่อนตาม ด้วยคิดว่าก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร
รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ปลายเท้าของหล่อนถูกช้อนขึ้น นิ้วมือของเขาเกาะกุมก่อนจะลงน้ำหนัก ออกแรงคลึงน้อย ๆ
"...ดีขึ้นไหม" เสียงของเขาถาม "เวลาอยู่ที่โรงพยาบาลเดินเยอะหรือเปล่า..?"
"ก็แล้วแต่วันนะ..?" หล่อนตอบ เอียงคอเล็ก ๆ ให้กับความมืด ขณะเดียวกันก็รู้สึกผ่อนคลาย
"อืม..." ปลายนิ้วขยับขึ้นมายังข้อเท้า
"..พูดอย่างนี้แสดงว่าคุณหมองานหนัก"
หล่อนยิ้ม แบ่งรับแบ่งสู้ "เป็นห่วงตงมากกว่า เวลาเรากลับมาทีไรก็เผลอปลุกตงตื่นอยู่เรื่อยเลย"
ไม่เห็นหรอกว่าเขาทำสีหน้าเช่นไร รู้เพียงว่าเสียงของพันปิยะเข้มขึ้นคล้ายจะดุ
"รู้จักห่วงตัวเองเหมือนอย่างที่ห่วงคนอื่นบ้างก็น่าจะดี"
"ก็ตงเป็นคนอื่นที่ไหนกันล่ะ..? ---อ๊ะ ---"
มณฑกาญจน์อุทานเมื่อริมฝีปากร้อน ๆ แนบลงบนข้อเท้าของหล่อน จากนั้นจึงไล้ขึ้นไปยังปลีน่องเช่นเดียวกับฝ่ามือของเขา
คำพูดนั้นฟังดูทั้งกึ่งขันกึ่งถอนใจ แล้วพันปิยะก็แนบริมฝีปากลงอีกครั้ง..หนนี้ไต่ระดับสูงขึ้น
"คนเป็นหมอเขาเถียงกันเก่งอย่างนี้ทุกคนหรือเปล่า หืมม์?"
ฝ่ามือของพันปิยะลากไปตามผิวกายของภรรยา นิ้วตลบชายเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งเพียงตัวเดียวที่หล่อนชอบใส่ยามจะเข้านอนนักหนาขึ้น
รั้งผืนผ้าบางตัวน้อยลง ...จากนั้นจึงวางมือ สะกิดเกลี่ยปลายนิ้วลงแผ่วเบา
"อื้ม--" หล่อนพยายามเหลือเกินที่จะประท้วง "ไม่ได้เถียงสักหน่อย"
"แบบนี้เขาเรียกเถียง...รู้ไหม?"
นิ้วมือยังคงเคลื่อนไหว พันปิยะยิ้ม มองอาการของหล่อนด้วยสายตาทั้งรักและใคร่
ใช้นิ้วชี้ของมืออีกข้างจรดริมฝีปากของหล่อนคล้ายเป็นสัญญาณห้าม
"ไม่เอา... ตอนนี้ไม่คุยแล้ว"
เขาหัวเราะ เปลี่ยนเป็นฉวยจูบลงไว ๆ
เขียนไว้ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาแล้ว แต่เพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้เอามาเก็บไว้ในบล็อกเลย
พันปิยะเป็น original character ของเราเอง ส่วนมณฑกาญจน์เป็นของ @VagueCenno ค่ะ