Climbing Mount Fuji
หน้าร้อนแล้ว ไปปีนภูเขาไฟฟูจิกันเถอะ
20-21 August 2017
มาอยู่ญี่ปุ่นทั้งที หนึ่งในภารกิจหลักที่ตั้งใจไว้ คือ การได้ไปปีนภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น และยังเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นอีกด้วย หน้าร้อนปีนี้เลยไม่พลาด ฟิตร่างกายเตรียมไปเต็มที่ แต่ก็มีผิดแผนไปบ้าง ท้ายที่สุดก็ถือว่าได้พิชิตฟูจิเป็นที่เรียบร้อย
ทำความรู้จักภูเขาไฟฟูจิ
ภูเขาไฟฟูจิ (Fujisan– 富士山) ภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น สูงถึง 3,776 เมตร ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 มิถุนายน 2556 ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดยะมะนะชิ (Yamanashi) และซิซุโอกะ (Shizuoka)
นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาชมภูเขาไฟฟูจิโดยรอบทะเลสาบทั้ง 5 ได้ทั้งปี (http://www.jnto.or.th/attractions/mt-fuji/fuji/) แต่การปีนภูเขาไฟฟูจินั้น ทำได้แค่ช่วงฤดูร้อน ประมาณกรกฎาคม-ต้นเดือนกันยายน ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละปี สามารถดูฤดูกาลที่เปิดให้พิชิตฟูจิได้ที่ http://www.fujisan-climb.jp/en/season/index.html
ไปปีนฟูจิกันเถอะ
จริงๆ แล้ววางแผนจะไปปีนฟูจิตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ซุกซนไปหน่อยจนข้อเท้าพลิกเลยอด มาปีนี้วางแผนตั้งแต่ต้นปี ซื้อรองเท้าปีนเขาใหม่ รวบรวมสมาชิก ฟิตร่างกาย จนถึงฤดูกาลปีนฟูจิก็ปรากฎว่า สมาชิกที่จะไปด้วยไม่ว่างกันซะแล้ว เลยพยายามรวบรวมแนวร่วมกลุ่มใหม่ก็ไม่ได้สักที กะว่าถ้าหาเพื่อนไปไม่ได้จะลุยเดี่ยวมันซะเลย เปรี้ยวป่ะละ ในที่สุดก็ได้สมาชิกกลุ่มใหม่ กำหนดวันปีนคือ 15-16 ส.ค. 2017
ก่อนหน้ากำหนดการณ์หนึ่งอาทิตย์ ดัน...ลื่นล้มข้อเท้าพลิกอีก ครั้งนี้ไม่รุนแรงแต่ก็ไม่รู้ว่าจะโอเคกับการไปปีนเขาหรือเปล่า คือมันเดินเยอะ อาจจะเจ็บระหว่างทางได้ แต่แล้วพายุไต้ฝุ่นโนรูก็เข้าญี่ปุ่น ทำให้มีฝนตก และถึงแม้พายุจะสงบลง ก็ยังมีฝนตกอยู่บ้าง เมื่อเช็คสภาพอากาศกันแล้ว เลยตัดสินใจเลื่อนกำหนดปีนฟูจิไปเป็นวันที่ 20-21 ส.ค. 2017 กันแทน มีเวลาพักข้อเท้าอีกหนึ่งอาทิตย์ ระหว่างนี้ก็เปิดเช็คอากาศทุกวันก่อนไปปีน
สภาพอากาศ เช็คหนึ่งวันก่อนไปปีนดูสดใส ไร้ฝน แต่ยังไงก็ต้องเตรียมพร้อม เพราะมันเปลี่ยนตลอดเวลา (เว็บไซต์เช็คสภาพอากาศ http://tenkura.n-kishou.co.jp/tk/kanko/kad.html?code=19150004&type=15)
สมาชิกในการพิชิตฟูจิในครั้งนี้ มี 4 คน ประกอบไปด้วย Rei Koyama เด็กญี่ปุ่นผู้เป็นแกนนำสำคัญ Renato Moura สัญชาติบราซิล น้องเอิร์ท และตัวอิฉันเอง หญิงเดียวคนนี้
โดย Rei นั้นได้ทำการซื้อทัวร์ จ๊ะ ไม่ได้ไปเองไปกะทัวร์ทัวร์ยกแก๊ง แถมภาษาญี่ปุ่นล้วน ให้ Rei แปลรัวๆ ทัวร์นั้นประกอบไปด้วย รถรับส่งโตเกียว-ฟูจิชั้น 5 ที่พักบนฟูจิชั้น 8 พร้อมอาหารเย็น/เช้า และออนเซ็นขากลับ ในราคา 12,000 เยน จ้า ถูกมากกก กราบ Rei ถ้าไปเองค่ารถก็เกือบหมื่นได้แล้วมั้ง
แต่...เราไม่ต้องปีนฟูจิพร้อมทัวร์ ต่างคนต่างไป กลับลงมาให้ทันเที่ยวรถขากลับก็พอ
สามารถดูภาพเคลื่อนไหวในการพิชิตฟูจิได้ที่นี่ https://youtu.be/EKdrVgQ6j5E
สิ่งที่ต้องเตรียมไป
ถึงแม้ฤดูร้อนของญี่ปุ่น จะร้อนแสนร้อน เหงื่อท่วมตัวขนาดไหน แต่อุณหภูมิบนยอดเขาฟูจินั้นเลขตัวเดียว มีหมอก ลมแรง และอาจมีฝน
อุปกรณ์ที่เตรียมไปวันนี้ ได้แก่
รองเท้าปีนเขา
กระเป๋าเป้ พร้อมถุงครอบกันน้ำ
หมวก กันแดดกันน้ำค้าง
เสื้อกางเกงฮีทเทค
เสื้อกันหนาว
เสื้อกันลม
ถุงมือหนา สำหรับปีนหิน กันลม กันฝน
ชุดกันฝน
ไฟฉายคาดหัว
ออกซิเจนกระป๋อง
แบตเตอรี่สำรอง
อุปกรณ์ถ่ายภาพ ได้แก่ กล้อง มือถือ ขาตั้งกล้อง
ไม้ค้ำสำหรับเดินเขา
ครีมกันแดด
แว่นกันแดด
ยาพื้นฐาน และอุปกรณ์ทำแผล เผื่อฉุกเฉิน
เสบียง
น้ำดื่ม
สำหรับเสบียงที่เตรียมไปนั้น เป็นอาหารจำพวกให้พลังงานสูง น้ำตาล พกพาสะดวก เบากระเป๋า ส่วนน้ำดื่มนั้นควรเตรียมไปอย่างน้อย 1.5 L แต่ถ้าเป็นสายเปย์ก็สามารถหาซื้อของกินและน้ำดื่มได้ตามจุดพักต่างๆ ราคาก็ตามระดับความสูงที่เปลี่ยนไป
“รู้หมือไร่ บนยอดฟูจิน้ำเปล่า 500ml ขวดละ 400 เยน”
ก็เอาที่สบายใจ สบายตัว สบายกระเป๋ากันนะจ๊ะ ส่วนคนทางนี้แบกไปเองหลังจะหัก แต่ถึงกระนั้นก็ยังต้องพกเงินสดไปด้วยเพราะเข้าห้องน้ำแต่ละที 200 เยนจ๊ะ
เส้นทางพิชิตยอดภูเขาไฟฟูจิ
เราสามารถนั่งรถขึ้นไปได้ถึง ฟูจิชั้น 5 ซึ่งมีความสูงประมาณ 2,305 เมตร จากระดับน้ำทะเล จากนั้นเดินเท้าไปยังยอดฟูจิที่ความสูง 3,776 เมตร เส้นทางปีนภูเขาไฟฟูจิมีอยู่ด้วยกัน 4 ทางหลัก ได้แก่
Yoshida Trail
Subashiri Trail
Gotemba Trail
Fujinomiya Trail
เด็กญี่ปุ่นผู้เป็นแกนนำเลือก Yoshida Trail ซึ่งเป็นเส้นทางที่ง่ายที่สุด คนนิยมไปสุด นั่นแปลว่า คนเยอะสุดด้วย ในใจคิดว่า ไหนๆ มาทั้งที่ ทำไมไม่เอาอันยากไปเลยละ ยัง ยัง ยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง
(รูปจาก http://www.fujisan-climb.jp/en)
เราจะเริ่มเดินจากชั้น 5 และไปพักกันที่ชั้น 8 โดยใช้เวลาประมาณ 240 นาที หรือ 4ชั่วโมงตามข้อมูลในรูปภาพ มาดูกันกว่าจริงๆ แล้วเราใช้เวลากันไปเท่าไหร่ จากนั้นพักเอาแรงที่กระท่อมบนชั้น 8 แล้วเดินเท้าต่อเพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดฟูจิในวันรุ่งขึ้น
ออกเดินทาง
นัดหมายวันที่ 20 ส.ค. 2017 เวลา 7:00 ที่สถานีโตเกียว อย่าถามว่าตื่นกี่โมง ไปเช้าขนาดนี้ เมื่อไปถึงรถบัสที่นำเราไปฟูจิชั้น 5 ก็จอดรออยู่แล้ว ขึ้นรถแล้วหลับยาวไปเลยค่ะ 3 ชั่วโมง
ประมาณ 11:00 เราก็ได้มาถึงฟูจิชั้น 5 กันแล้ว แต่เดี๋ยวก่อน... ต้องปรับตัวกับสภาพอากาศและความดันที่น้อยลง นั่งเล่นนอนเล่น กินข้าวเที่ยงให้เรียบร้อย
ที่ชั้น 5 นี้ อากาศเริ่มเย็น อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 20 องศา เลยเปลี่ยนเสื้อผ้า เอาฮีทเทคออกมาใส่ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายก่อน
หลังจากกินข้าวเที่ยงเป็นที่เรียบร้อย เวลา 13:00 เราก็ออกเดินทางกัน...
5th - 6th station
จากฟูจิชั้น 5 ไปชั้น 6 นั้น ตามคู่มือบอกว่า ใช้เวลาเดินประมาณ 60 นาที เพื่อการปรับตัว เด็กญี่ปุ่นแนะนำให้เดิน 40 นาที พัก 10 นาที โดยชั้น 6 จะมีความสูงอยู่ที่ 2,390 เมตร ทางเดินส่วนใหญ่ยังเป็นทางราบ หรือไม่ชันมาก มีหมอกหนา อากาศยังเย็นสบาย พวกเรายังสดชื่น อารมณ์ดี ตื่นเต้นกับการปีนฟูจิอยู่ เดินไปคุยกันไป หยิบกล้องออกมาถ่ายรูป ถ่ายวิดิโอกันอย่างครึกครื้น
ซึ่งเราใช้เวลาเดินกันไปเพียงแค่ 40 นาที ก็ถึงชั้น 6 กันแล้ว เก่งปะละ....
6th - 7th station
ความสูงโดยประมาณ 3,000 เมตร ทางเริ่มชันเรื่อยๆ แต่สภาพทางเดินยังเป็นดินซะส่วนใหญ่ ตามคู่มือบอกว่าใช้เวลาประมาณ 60 นาที
ถ่ายรูปในหมอกกันอยู่ดีๆ ฟ้าก็เปิดซะง้าน
และที่คิดว่าอากาศไม่ดี เดินอยู่ในหมอกมาโดยตลอด ความจริงแล้วมันคือ ก้อนเมฆ นี่เราเดินผ่านก้อนเมฆกันหรอกหรือ!!!
หลังจากหยุดถ่ายรูป ตื่นตาตื่นใจกับสภาพอากาศที่เปิดแล้วนั้น เราก็เดินต่อเพื่อไปยังชั้น 7 ทางก็เริ่มมีหิน และต้องปีนบ้างนิดหน่อย
ตามข้อมูลสถิติ มีผู้มาปีนยอดฟูจิกันเฉลี่ยวันละ 5,000 คน กระจายไปตามแต่ละเส้น ทาง Yoshida เส้นทางสุดฮอต ดูจำนวนผู้คนสิ
เดินทางชันกันมาสักพัก ก็ต้องขอหยุดพักกินน้ำ กินขนมกันหน่อย ลดน้ำหนักกระเป๋าไปในตัวด้วย
และแล้วก็เดินกันมาถึงชั้น 7 จากตรงนี้เดินไปยอดแค่ 3.8 km เอง แต่ 295 นาทีนะ โฮะๆ
7th - 8th station
จากชั้น 7 ไปชั้น 8 เริ่มจะยากละ เพราะสภาพพื้นเป็นทรายกรวดก้อนหิน ทางชันตลอด ต้องใช้ทั้งมือและเท้าพยุงตัวในการปีน อากาศก็เบาบางลง ปีนกันไปสิบเก้าก็เหนื่อย เจ้าไม้เท้าที่เอามาเริ่มมีประโยชน์ในการผ่อนแรง กระป๋องออกซิเจนเริ่มนำออกมาทดลองใช้ดู
นี่สินะที่เรียกว่า มาเหนือเมฆ
เดินกันไปเรื่อยๆ และแล้วก็ถึงชั้น 8 กันสักที... แต่เดี๋ยวก่อน อันนี้ยังไม่ใช่ที่พักของเรา ต้องเดินไปอีกจุดพัก อีกสัก 30-40 นาที งั้นขอนั่งพักชมวิวร้อยล้านกันก่อน....
เดินต่อไป และเดินต่อไป
และแล้ว เราก็มาถึงที่พักในเวลา 18:00 โดยประมาณ สรุปแล้ว ใช้เวลาทั้งสิ้น 5 ชั่วโมงจากชั้น 5 มายังที่พัก... เอ้า ได้เวลากินข้าวเย็น พักผ่อน นอนเอาแรง พรุ่งนี้จะได้มีแรงเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดฟูจิกัน
Tip: เนื่องจากทางเดินระหว่างชั้น 7 มาชั้น 8 ค่อนข้างลำบาก ต้องปีนหินเป็นส่วนใหญ่ การเดินในเวลากลางวันจึงสะดวก และปลอดภัยกว่า แต่สำหรับคนที่ไม่ต้องการเสียค่าที่พัก หรือมีความพร้อม สามารถเลือกปีนฟูจิรวดเดียว โดยเริ่มเดินจากชั้น 5 เวลาประมาณ 2-3 ทุ่ม ถึงยอดประมาณตี 4 ตี 5 สะดวกแบบไหน เชิญ...
ที่พักชั้น 8
อย่าคาดหวังจะได้ที่นอนสบายๆ แบบโรงแรมในเมือง ตื่นค่ะ นี่คือกระท่อมบนภูเขา การได้นอนราบซุกตัวในถุงนอนอุ่นๆ มีอาหารเย็น เช้า ให้กิน ก็ดีแค่ไหน...
อาหารเย็นของเราเป็นข้าวแกงกะหรี่ คือปกติไม่กินแกงกะหรี่ แต่เลือกอะไรไม่ได้ มีเท่านี้ก็ต้องกิน หรือจะจ่าย Cup Noodle ราคา 600 เยนก็ได้... ถ้าพกมาเองจ่ายค่าน้ำร้อนไปค่ะ 200 เยน เป็นเงินเป็นทองไปหมด
หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ เราก็เริ่มเข้านอนกันตอน 19:00 น. และจะตื่น เดินขึ้นยอดอีกครั้งราวๆ 2:00 น. ของวันรุ่งขึ้น แต่สภาพที่นอน ในห้องใต้หลังคา นอนเบียดๆ เรียงกัน ใครขยับ ใครส่งเสียง ก็ตื่นค่ะ นี่ตื่นทุกๆ ชั่วโมงเลย สุดท้ายเที่ยงคืนลุกไปนั่งเล่นที่ส่วนกลาง รอเพื่อนๆ คนอื่นตื่น...
ข้าวเช้าที่ทางที่พักเตรียมให้ จะเอาไปกินบนยอดก็ได้ แต่อิฉันหิวมาก ซัดไปเลยตอนเที่ยงคืน เรียกว่าเป็นมื้อดึกแทนมื้อเช้าละกัน
8th to the top
เวลาประมาณ 2:10 น. เราก็เริ่มออกเดินทางจากชั้น 8 มุ่งหน้าสู่ยอดฟูจิ อากาศตอนกลางคืนค่อนข้างหนาว ลมก็แรง เสื้อผ้าที่เตรียมมามีเท่าไหร่ ใส่มันให้หมด สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ไฟฉายคาดหัว เพราะเราต้องเดินกันในที่มืด
เดินไปได้ 10 ก้าว เหนื่อย หัวใจเต้นแรง ต้องหยุดพัก บางทีระหว่างเดินก็ต้องกำหนดลมหายใจ ทำสมาธิกันเลยทีเดียว แค่หายใจให้ทันก็เหนื่อยแล้ว ควักกล้องมาถ่ายรูปไม่มีแน่นอน
พอใกล้ๆ ถึงยอด การจราจรก็จะติดขัด เพราะทุกคนมุ่งหน้าไปยังจุดหมายเดียวกัน ต้องมีเจ้าหน้าที่ค่อยจัดการแถว ตอนนี้จะแบ่งออกเป็น 2 แถว แถวขวาคือผู้แข็งแกร่ง สามารถเดินไปยาวๆ ไวๆ ได้ ส่วนพวกเรานะหรอ ขอเลือกอยู่แถวซ้าย เดินไปหยุดไป เดินไปหยุดไป ขอพักหายใจเป็นช่วงๆ
เรื่องเล่ากระป๋องออกซิเจน
อย่างที่ได้บอกไปว่า เราได้เตรียมกระป๋องออกซิเจนมาด้วย ตอนเดินอยู่ชั้น 7 ทุกคนตื่นเต้นมากที่เห็นอิฉันเตรียมมา เลยขอลองกันสักหน่อยว่าจะเป็นยังไง ฟีดแบคที่ได้คือ กลิ่นเหมือนพลาสติก ไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย... แต่หารู้ไม่ว่ากระป๋องออกซิเจนขายดิบขายดี ช่วงชั้น 8 ไปยอดนี่เอง “Ploy may I have your Oxygen?” เรียกหากันบ่อยมาก พอกลับถึงบ้านลองเช็คของดูปรากฎว่า หมดกระป๋องกันเลยทีเดียว
และแล้วเราก็เดินกันถึง (เกือบ) ยอดภูเขาไฟฟูจิ ในเวลาประมาณ 05:00 น. ทำไมเกือบนะหรอ เพราะจุดตรงนั้นวิวมันสวยมาก ถือโอกาสหยุดพักและชมวิวร้อยล้านกันแป๊บนึง
ถึงแม้เราจะมาทันดูพระอาทิตย์ขึ้น แต่น่าเสียดายเมฆมากเหลือเกิน มากจนบดบังพระอาทิตย์ไปหมดเลย
ยอดภูเขาไฟฟูจิ
บนความสูง 3,776 เมตร จากระดับน้ำทะเล นอกจากอากาศจะเบาบางแล้ว ยังหนาว และ UV แรงมาก พอไม่เห็นพระอาทิตย์ สิ่งที่พวกเราทำคือ... “กิน” ร่างกายต้องการพลังงานและความอบอุ่น เสียค่าราเมนไร้เนื้อสัตว์ไป 800 เยน
พอกินเสร็จก็เดินดูบรรยากาศบนยอดเขา
บนยอดเขาฟูจิมีตู้กดน้ำด้วยนะเออ... น้ำเปล่า โค้ก 500 เยน
แต่น่าเสียดายเวลามีจำกัดเหลือเกิน เราต้องลายอดเขาที่อุตส่าปีนมากว่า 8 ชั่วโมง เพื่อไปให้ทันขึ้นรถบัสรอบ 11 โมง
ขาขึ้นว่าเหนื่อยแล้ว ขาลงทำร้ายเข่ามาก
ทางลงกับทางขึ้นจะเป็นคนละทางกัน พื้นลาดเอียงอย่างน้อย 30 องศา ทางซิกแซกไปมา เป็นดินทราย ลื่นปื้ดๆ เจ้าไม้เท้ามีประโยชน์มากในเวลานี้ ทั้งผ่อนแรงและช่วยพยุงไม่ให้จับกบอยู่หลายที แนะนำให้พกแบบคู่ดีกว่า...
เดินลงไป ชมวิวไป ถ่ายรูปไป ยังสนุกสนานกันอยู่...
ผ่านไป 3 ชม. ทางก็ยังเหมือนเดิม ความชันก็เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความร้อนจากดวงอาทิตย์ เริ่มถอดเสื้อผ้าออกกันทีละชิ้น สองชิ้น เริ่มเดินช้าลง เริ่มเปลี่ยนท่าเดิน
เวลาประมาณ 10:00 น. เราเพิ่งถึงชั้น 6 กัน มีเวลาอีกเพียง หนี่งชั่วโมง ก่อนรถออก รีบเดินจ้ำกันใหญ่ และแล้ว 10:40 น. เราก็กลับมาถึงฟูจิชั้น 5 กันสักที พร้อมกับข่าวดีว่า... รถออก 11:40 นะจ๊ะ...โธ่ รีบแทบตาย อะให้รางวัลตัวเอง กินไอติมมันซะเลย
โปรแกรมถัดไปคือ... ออนเซ็น!!! ใช่แล้ว ออนเซ็นหน้าร้อน มันก็จะร้อนๆ หน่อย แต่สบายตัวมากเลย พอขึ้นรถบัสปุ๊บ หลับปั๊บ หัวโขกกระจกรถยังไม่ตื่น
หลังจากอาบน้ำ กินข้าวเสร็จแล้ว เวลาประมาณ 15:00 น. รถบัสก็มุ่งหน้ากลับโตเกียว ถึงชินจุกุเวลา 17:00 น. เอ้า แยกย้ายกลับบ้านพักผ่อนกันได้แล้วจ้าาาา
สามารถดูภาพเคลื่อนไหวในการพิชิตฟูจิได้ที่นี่ https://youtu.be/EKdrVgQ6j5E
บทส่งท้าย
ถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตครั้งใหม่ ที่ได้ทำพิชิตยอดเขาฟูจิ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดเท่าที่เคยไปมา... ถึงแม้กลับมาจะร้องโอดโอยจากกล้ามเนื้ออักเสบ เดินทางชันไม่ได้ไป 2-3 วัน แต่ก็ทำให้รู้ว่า เรานี่ก็อึดเหมือนกันนะนี่...
การผจญภัยในครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้... ถ้าไม่มี
ความมุ่งมั่นที่จะไปจากตัวเราเอง
Rei Koyama เด็กญี่ปุ่นผู้จัดการทุกสิ่งทุกอย่าง
ขอบคุณ...
เพื่อนร่วมเดินทาง Rei, Renato และน้องเอิร์ท ที่ทำให้การผจญภัยครั้งนี้สนุกสนาน และมีรูปมากมาย
ตอง ผู้ตั้งใจมาปีนฟูจิแต่พายุเข้า แล้วทิ้งอุปกรณ์ปีนเขาไว้ให้
Dita-san เพื่อนผู้ไปมาก่อนหน้า สำหรับคำแนะนำ และการเตรียมตัว
น้องหนูนัท ผู้มอบออกซิเจนกระป๋อง สำหรับการเดินทางครั้งนี้
และขอบคุณพลังใจของตัวเอง ที่พาร่างไปถึงยอดภูเขาไฟฟูจิ ลุล่วงไปได้ด้วยดี จารึกไว้ในความทรงจำ “21 ส.ค. 2017 พิชิตฟูจิสำเร็จ...”
แล้วไปผจญภัยกันใหม่ เพราะ #LifeIsJourney














